พุธ. ก.ย. 22nd, 2021

แม่ร้องมูลนิธิปวีณาช่วย ลูกสาวตกงานเพราะ โควิด-19 กลับมาขังตัวเองในบ้านอยู่กับ แมว 30 กว่าตัว กลิ่นเหม็นตลบ แมว ก็จะอดตาย

ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นางปวีณา หงสกุล พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางลงพื้นที่หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นางพิม (นามสมมติ) ว่าบุตรสาวคือ น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ซึ่งตกงานจากพิษโควิด-19 และกลับมาอยู่บ้านที่ อ.ชะอวด พร้อมกับนำแมว 30 ตัวลงมาอยู่ด้วย โดยบุตรสาวนั้นเป็นเด็กเรียนเก่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทำงานเป็นติวเตอร์และขายดอกไม้ออนไลน์ อยู่กรุงเทพกว่า 10 ปีแล้ว แต่เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากสถานการณ์โรค โควิด-19 บุตรสาวไม่มีงานทำไม่มีรายได้ จึงเดินทางกลับมาอยู่บ้าน

โดยลูกสาวได้จ้างรถขนแมวพันธุ์เปอร์เซียกว่า 30 ตัวลงมาด้วย แต่ทิ้งทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ที่ กทม. เพราะไม่สามารถขนลงมาได้หมดเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งแพง แต่แมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่บุตรสาวตนรักได้มีการจ้างรถขนลงมา เมื่อมาอยู่บ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ก็นำแมวทั้ง 30 กว่าตัว เลี้ยงไว้ในบ้านและปิดหน้าต่างปิดประตูหมด

ในขณะที่ด้านนอกก็มีสุนัขพันธุ์เล็กประมาณ 6 ตัว ตนต้องออกมานอนแคร่ด้านนอกเพราะไม่สามารถนอนในบ้านได้ เนื่องจากความเหม็นของแมวที่อุจจาระและปัสสาวะอยู่ในบ้านไม่มีอากาศถ่ายเท และที่สำคัญแมวกำลังจะอดตายเพราะบุตรสาวก็ไม่มีรายได้ซื้ออาหารมาให้กิน ตนเองไม่สามารถเข้าบ้านได้ และมีปัญหากับบุตรสาวมาโดยตลอด

นางพิม กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงบุตรสาวที่ชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านกับแมวที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอุจจาระและปัสสาวะ เกรงลูกจะเครียดและคิดสั้นจากปัญหาการตกงานและการตั้งความหวังในชีวิตแต่ไม่สมหวัง จึงประสานมูลนิธิปวีณาฯ ให้มาช่วยพาบุตรสาวตนไปรักษาและช่วยเหลือแมวทั้ง 30 กว่าตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวระบุว่า เมื่อคณะของมูลนิธิปวีณาฯ มาถึง ได้มีการเข้าไปเจรจากับ น.ส.พร แต่ปรากฏว่า น.ส.พรไม่ยินยอมให้เอาแมวไป และไม่พอใจที่มูลนิธิและคณะเดินทางมา พร้อมกับระบุว่ายังสามารถดูแลแมวได้และที่สำคัญตนรักแมวทั้งหมดมาก คิดจะทำคอกและล้างในบ้านแต่ยังไม่ว่างที่จะทำ โดย น.ส.พร แสดงความไม่พอใจนางพิมผู้เป็นแม่ที่ประสานมูลนิธิไป หลังจากมีการเจรจาเกลี้ยกล่อมกันอยู่พักใหญ่ ทาง น.ส.พร จึงยินยอมให้สัตวแพทย์เข้ามาดูแลในการทำวัคซีนและทำหมันแมว ซึ่ง น.ส.พร ระบุว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นก็จะขนแมวทั้งหมดกลับไปเลี้ยงที่กรุงเทพ

อ่านต่อ

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *