อังคาร. ก.ย. 21st, 2021

โคเคน จากกรณีพนักงานสอบสวน คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ถึงสาเหตุที่ไม่แจ้งข้อหาพบสารแปลกปลอมที่เกิดจากยาเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา ทั้งที่มีผลตรวจทางนิติเวชวิทยายืนยันจากการตรวจเลือดของนายวรยุทธ

ผลการตรวจพิสูจน์สารแปลกปลอมภายในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา พบสารในร่างกาย 4 ชนิด โดย 2 ชนิดเป็นยานอนหลับและกาแฟ ส่วนอีก 2 ชนิด เป็นสารที่เกิดจากการย่อยสลายโคเคนระบุชื่อสารเบนซอยเลคโกไนน์ จากการเสพโคเคน โดยปกติจะไม่พบปนอยู่ในยาหรืออาหาร อยู่ในเลือดได้นาน 18-24 ชั่วโมง และ สาร Cocaethylene เกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์

ทันตแพทย์เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภา อธิบายว่ายาชาที่ใช้ โคเคน ในงานทันตกรรม ใช้เมื่อ 161 ปี มาแล้ว เรียกว่ากลุ่มเอสเตอร์ หลังจากนั้นในปี 1905 หรือ 115 ปีก่อน ยาชาก็ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยไม่ใช้โคเคนอีกต่อไป เนื่องจากโคเคนส่งผลข้างเคียงต่อคนไข้จึงเปลี่ยนมาใช้ยาชากลุ่ม เอมายน์ เช่นลิโดเคน เมพิวาเคน และอาติเคน และโครงสร้างโมเลกุลก็แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ผู้ได้รับยาชา กับโครงสร้างโมเลกุลที่พบจากการตรวจเลือดนายวรยุทธ ซึ่งพบว่ามีโคเคนและโคเคนผสมกับแอลกอฮอล์

ทันตแพทยสภา ระบุว่า ทันตแพทย์ผู้รักษานายวรยุทธยืนยันว่าได้รักษาทันตกรรมให้นายวีระยุทธ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ก่อนเกิดอุบัติเหตุ 5 วัน ส่วนยาชาที่ใช้คือ เมพิวาเคน (Mepivacaine) และจ่ายยา อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) จำนวน 15 เม็ด โดยไม่มียาที่มีส่วนประกอบของโคเคน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดตำรวจได้เดินทางมาสอบปากคำที่คลินิก และทันตแพทย์ผู้รักษาก็ได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับตำรวจไปเมื่อ 8 ปี ที่แล้ว

อ่านต่อ

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *