พฤหัส. ก.ย. 23rd, 2021

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมินนิอาโปลิสจับกุม “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวดำวัย 46 ปี และกดคอของเขาด้วยเข่าจนเสียชีวิต การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วสหรัฐอเมริกาก็ปะทุขึ้น เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับฟลอยด์ นำไปสู่การจลาจลและการปล้นสะดมร้านค้าต่างๆ ในมินนิอาโปลิสและเซนต์ปอล ส่งผลให้บรรดาธุรกิจได้รับความเสียหายจากเหตุรุนแรงที่กินเวลานานถึง 4 วัน

แต่แม้ว่าจะเกิดความเสียหาย เจ้าของธุรกิจเหล่านี้ก็ยังคงส่งเสียงสนับสนุนผู้ประท้วงในรูปแบบต่างๆ

“จอร์จ ฟลอยด์” รูเฮล อิสลาม ชาวบังกลาเทศ เจ้าของร้านอาหาร Gandhi Mahal สูญเสียร้านอาหารของเขาที่ดำเนินกิจการมานานถึง 13 ปี ในการประท้วงครั้งนี้ เมื่อเขาได้ทราบว่าร้านของเขาถูกเผา เขาพูดเพียงว่า “ปล่อยให้ร้านไหม้ไปเถอะ ความยุติธรรมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน และเจ้าหน้าที่พวกนั้นก็ต้องติดคุก”

ส่วนลูกสาวของเขา ฮาฟซา อิสลาม กล่าวว่า ครอบครัวของเธอเปลี่ยนร้านอาหารให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและปฐมพยาบาลสำหรับผู้ประท้วงที่บาดเจ็บ และแม้ว่าเธอและครอบครัวจะกังวลเกี่ยวกับธุรกิจ แต่สิ่งที่พวกเขากังวลมากกว่าคือผู้ประท้วง โดยครอบครัวของเธอได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกว่าร้อยคนในวันอังคารถึงวันพุธ จนกระทั่งรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัยในคืนวันพฤหัสบดี

ฮาฟซาเล่าว่า ประชาชนในละแวกร้านของเธอพากันยืนหน้าร้าน เพื่อป้องกันร้านอาหารไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หน้าต่างร้านก็ถูกทุบจนแตก และเช้าวันต่อมา ร้านของเธอก็เหลือเพียงกองเถ้าถ่าน อย่างไรก็ตาม เธอยังยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนผู้ประท้วงต่อไป เพราะเธอมองว่านี่คือการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมจากระบบที่ไม่มีความยุติธรรม

หลังจากที่ร้าน Gandhi Mahal ถูกไฟไหม้จนเสียหาย ก็มีการระดมเงินกว่า 79,400 เหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือร้าน โดยเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ในการบูรณะร้าน และอีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการช่วยเหลือธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายต่อไป

อิสลามระบุว่า เมืองแห่งนี้ไม่อาจจะคาดหวังความสงบสุข จนกว่าจะสามารถแก้ไขรากของปัญหา นั่นคือการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อ่านต่อ

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *