พุธ. ก.ย. 22nd, 2021

นักวิจัยเผย งานวิจัย 2 ชิ้นใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ระบุว่า การล็อกดาวน์ช่วง โควิด-19 เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สามารถป้องกันการติดเชื้อทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยชีวิตประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกให้รอดพ้นจากการติดโรคโควิด-19

นักวิจัยเผย “งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า การล็อกดาวน์ช่วยทำให้อัตราการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมาก” Samir Bhatt อาจารย์ประจำภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และเป็นเจ้าของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Nature กล่าว

ทีมของอาจารย์ Bhatt ทำการวิเคราะห์อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตใน 11 ประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งค้นพบว่า ประชาชนกว่า 3.1 ล้านคนในแต่ละประเทศอาจเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หากไม่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งอาจารย์ Bhatt ชี้ว่า หากไม่มีมาตรการดังกล่าว ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจะมีสูงมาก

นอกจากงานวิจัยของอาจารย์ Bhatt แล้ว นิตยสาร Nature ยังได้ตีพิมพ์งานวิจัยอีก 1 ชิ้นจาก Global Policy Lab มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งทำการวิเคราะห์การล็อกดาวน์ของประเทศจีน เกาหลีใต้ อิหร่าน ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า การล็อกดาวน์ใน 6 ประเทศดังกล่าว ช่วยลดการติดโรคโควิด-19 ได้มากกว่า 62 ล้านราย ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน สหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 360,000 ราย ซึ่งหากไม่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ นักวิจัยได้คาดการณ์ว่า สหรัฐฯ จะมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 14 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อ หรือคิดเป็น 5 ล้านรายทั่วประเทศ

Solomon Hsiang ผู้อำนวยการ Global Policy Lab ชี้ว่า คำสั่งล็อกดาวน์ต้องแลกมาด้วยเศรษฐกิจที่หดตัวลง แต่รัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศก็ยังประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ

“คุณค่าของการศึกษาที่คุณเห็นอยู่ในทุกวันนี้ คือชี้ให้เห็นว่านโยบายที่ถูกประกาศใช้มีประโยชน์กับประชาชน โดยนโยบายเหล่านี้ช่วยรักษาชีวิตของคนหลายสิบล้านคนจากการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19” Hsiang กล่าวในงานแถลงข่าว

อ่านต่อ

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *