พฤหัส. ก.ย. 23rd, 2021

นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ บุคลากรทางการแพทย์ ที่จุดบริการฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ โดยระบุว่า การฉีดวัคซีนในวันนี้เป็นการฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ ที่ผ่านมามีการฉีดวัคซีนไปแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา 3.5 ล้านโดส

ทั้งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค และเข้ามาเพิ่มในเดือน มิ.ย. ซึ่งจะต้องบริหารสถานการณ์ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีการจัดสรรวัคซีนเตรียมพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และวันนี้อยู่ในขั้นตอนการฉีดเพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะบริหารวัคซีนรายสัปดาห์และนำมาแจกจ่ายตามสถานการณ์ ทุกกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจกับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วมีปัญหาทุกคน ทุกคนทำงานกันอย่างเสียสละ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วยว่ารัฐบาลพยายามทำเต็มที่ คำว่าเต็มที่ก็คือเต็มที่ตามสถานการณ์ที่มีอยู่ปัจจุบันทั้งในประเทศและสถานการณ์วัคซีนโลก เราจำเป็นต้องบริหารให้สอดคล้องกับความเสี่ยง อะไรที่ทุกคนไม่สบายใจ ตนก็ต้องขอโทษ และจะทำให้ดีที่สุด พร้อมระบุว่า ตนทำเพื่อคนไทยทุกคน แน่นอนว่าต้องมีปัญหาเพราะคนจำนวนมาก แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ต้องให้กำลังใจกับสาธารณสุข ทุกคนก็เหนื่อยพอสมควร แรงกดดันสูง ในเมื่อทุกคนอยากฉีด เราก็มีหน้าที่ในการหาวัคซีนในได้ช่องทางที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็พูดได้หมด แต่ขอให้สงบเรียบร้อย พร้อมกับระบุว่า การใช้สถานีกลางบางซื่อให้บริการรับคนได้จำนวนมากก็ดี เพราะถือว่าให้ทุกคนได้รู้จักสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน นี่ล่ะคืออนาคตที่รัฐบาลแล้วทำไว้ให้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นขอให้คิดถึงสิ่งที่ทำให้ บางทีก็อาจจะมองไม่เห็น

ย้ำคนไทยต้องได้ฉีดวัคซีน
จากนั้น นายกฯ ได้ลงพื้นตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ สำหรับการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกันตนเพื่อให้ได้รับวัคซีน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับประชาชนในภาคส่วนอื่น

โดยยืนยันว่า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งในส่วนของคลัสเตอร์ในพื้นที่ต่างๆ ผู้ที่อยู่ในภาคบริการ เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปข้างหน้า ให้มีอาชีพและรายได้ พร้อมย้ำว่าจะมีวัคซีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และขอให้ติดตามข้อมูลจากที่ออกจากภาครัฐเท่านั้น อย่าหลงเชื่อคำบิดเบือนที่ส่งมาทางโซเชียล หากเชื่อทุกอย่างที่เห็นโดยไม่มีความจริง จะทำให้รัฐบาลบริหารได้ยาก

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งฉัดวัคซีนให้กับประชาชน ตามความเหมาะสม และเป็นไปอย่างทั่วถึง ทั้งในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พื้นที่ที่เกิดคลัสเตอร์การแพร่ระบาด ผู้ที่ทำหน้าหรือบุคคลากรที่จำเป็น เช่น ครู และอาชีพอื่นๆ ที่ต้องให้บริการสาธารณะและพบกับประชาชนทั่วไป

นำเข้าวัคซีนทางเลือก ลงนามกับ Johnson & Johnson แล้ว
ขณะที่การจัดหาวัคซีนของทั้งซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ก็จะพยายามให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันก็ได้ลงนามกับบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อนำวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งก็ยังมีรายละเอียดที่จะต้องตกลงกับบริษัทผู้ผลิต ว่าจะส่งมอบได้จำนวนเท่าไหร่และช่วงไหน โดยรัฐบาลจะพิจารณากระจายวัคซีนไปยังทุกพื้นที่ โดยพิจารณาจากข้อมูล สถานการณ์ความจำเป็นและประมาณวัคซีนที่มีอยู่ในแต่ละเดือน ทั้งนี้ มั่นใจในประสิทธิภาพของ จุดให้บริการฉีดวัคซีน ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งบางแห่งสามารถ ฉีดให้ประชาชนได้ นับ 10,000 โดสต่อวัน

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำทิ้งท้ายด้วยว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น การทำงานของรัฐบาล โดยยืนยันว่า วัคซีนที่เข้ามา รัฐบาลจะเป็นผู้บริหารจัดการทั้งหมด ขออย่านำข้อมูลไปบิดเบือนทำให้เกิดความสับสน ดังนั้นประชาชนจะต้องรับข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันกับรัฐบาล ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวจากผลกระทบของ โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมฝากว่าหน้าที่สำคัญของทุกคน คือการป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ ส่วนการบริหารสถานการณ์เรื่องของวัคซีนและการดูแลผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *