เสาร์. พ.ย. 27th, 2021

จากกรณี นัท นิสามณี ยูทูบเบอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Nisamanee Lertvorapong” ด้วยการแต่งกายเลียนแบบ “พระพยอม” ในวันฮาโลวีน พร้อมระบุข้อความว่า “พส…การทำ Halloween ปีนี้ คือมิติใหม่สำหรับนัทมาก ไม่ใช่แค่การแต่งผี แต่งเลือดแล้ว คอนเซ็ปลึกลงไปกว่าแค่ลุคว่าต้องใหญ่ต้องอลัง แต่ได้ทำในสิ่งที่แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดกับคนอื่น”

หลังภาพชุดดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น บางส่วนมองว่า การแต่งกายเลียนแบบ “พระพุทธเจ้า” แบบนี้ ถือว่าไม่เหมาะสมและทำให้ศาสนาเสื่อม แต่อีกมุมหนึ่งตอบโต้ว่า ที่ศาสนากำลังเสื่อมในปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับการคัฟเวอร์ล้อเลียน แต่เป็นความประพฤติเสื่อมเสียของตัวพระสงฆ์เอง

(1 พ.ย.64) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวถึงกรณียูทูบเบอร์คนดังที่แต่งกายเลียนแบบพระพุทธเจ้าในวันฮาโลวีนว่า ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าตอนนี้มักจะเกิดเรื่องแปลกๆ ในศาสนาพุทธขึ้นหลายอย่าง เช่น การตายแบบละสังขารบ้าง การตัดศีรษะถวายเป็นพุทธบูชาบ้าง หรือ การอ้างตนเป็นพระศรีอารย์ แบบนี้เขาเรียกว่าเสนียดไปจัญไรมา อย่างที่สุภาษิตจีนได้กล่าวไว้ดีมากคือ คนจะประเสริฐล้ำเลิศเพราะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร คนจะต่ำต้อยจมดินหมดความสง่างามเพราะไม่รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ

การแต่งแบบนี้เป็นการแต่งแบบคาบลูกคาบดอก หัวมังกุดท้ายมังกร อวดอุตริ เลียนแบบศาสนาแต่ทำย่ำยีหัวใจคนที่นับถือศาสนา เหมือนล้ำเส้นไปหยามหัวใจของคนที่นับถือศาสนาพุทธ มีแบบอย่างอื่นๆ เป็นล้านแบบให้เลียนแบบอีกตั้งเยอะมากมายแต่ทำไมไม่ไปเลียนแบบ

พระพยอม กล่าวอีกว่า อาตมาอยากฝากบอกถึงคนที่จะแต่งกายเลียนแบบต่อไป ถ้าจะแต่งแบบน้องลิซ่าที่นำชุดไทยไปแต่งกายใหม่จนโด่งดังก็เป็นตัวอย่างที่น่ายกย่อง แต่การมาแต่งกลายเลียนพระพุทธเจ้าแบบนี้ไม่ใช่แบบไทย กลายเป็นไทยเพี้ยน ไม่มีความเคารพนับถือ ไม่สนใจคำติเตียน สนใจแต่ตัวเอง นับถือตัวเองเป็นหลัก จะคิดจะทำอะไรก็ได้โดยไม่สนใจว่าจะล้ำเส้นไปย่ำยีหัวใจใคร

อาตมาก็ขอฝากเตือนไว้ว่าจงทำในสิ่งที่สัตบุรุษนับถือจะได้รับคำชม แต่ถ้าไปทำในสิ่งที่สัตบุรุษตำหนิติเตียน สุดท้ายก็จะได้รับคำสาปแช่ง เพราะเป็นการปรามาสพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่ผู้คนส่วนใหญ่เคารพนับถือ แต่หัวใจเขาเองไม่มีความเคารพ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าคิดแต่งกายเลียนแบบพระพุทธเจ้าออกมาแบบนี้

หนุ่มตกงาน ปีนนั่งขอบสะพานภูมิพล 2 เจรจากว่า 10 ชั่วโมงไม่สำเร็จ ทิ้งตัวลงแม่น้ำจมหาย

หนุ่มตกงานนั่งขอบสะพานภูมิพล 2 เจรจากว่า 10 ชั่วโมงไม่สำเร็จ ทิ้งตัวลงแม่น้ำขณะเจ้าหน้าที่กำลังนั่งกระเช้าลงไปหา จมหายไปในสายน้ำ

วานนี้ (31 ต.ค.64) เมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.ท.รุ่งอรุณ ยั่งยืน สารวัตรสอบสวน สภ สำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายพยายามจะกระโดดสะพานภูมิพล 2 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย เดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพานภูมิพล 2 ขึ้นจากถนนปู่เจ้าสมิงพราย มุ่งหน้า ลงถนนสุขสวัสดิ์ พบผู้ก่อเหตุเป็นชายชื่อ นายมารุต อายุประมาณ 40 ปี ชาวสระบุรี นั่งอยู่ห้อยขาอยู่กับคานเหล็กใต้ขอบสะพาน เป็นที่น่าหวาดเสียว เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เชือกขนาดใหญ่ผูกกับราวเหล็กด้านบนหย่อนลงไปให้ชายคนดังกล่าวจับ แต่ก็ไม่เป็นผล

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอรถเครนติดกระเช้ามาทำการหย่อนตัวเจ้าหน้าที่ลงไปเจรจาเกลี้ยกล่อมกับชายคนดังกล่าวแต่ก็ยังไม่เป็นผลเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานของเรือตรวจการณ์ของหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 401 หรือ หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ มาลอยลำอยู่ด้านล่างใกล้จุดที่เกิดเหตุ พร้อมนักประดาน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อม

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพพยายามเจรจาอยู่ด้านบนสะพานจนเวลาผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง ชายดังกล่าวก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ยอมเจรจา และจากการตรวจสอบประวัตินายมารุต ทราบว่า ก่อนหน้านี้นายมารุต เคยทำงานเป็น รปภ. แต่ตกงานมานานแล้วตั้งแต่ช่วง โควิด-19 ระบาด

ทำให้เกิดอาการเครียดและมีปัญหาทางประสาทอ่อน ๆ พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง ผกก. สภ. สำโรงใต้ และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมทีมกู้ภัยบนที่สูง จึงรวมกันวางแผนเข้าให้การช่วยเหลือนายมารุต เพื่อนำตัวขึ้นมาด้านบน

จนกระทั่งในเวลา 10.00 น.ของวันนี้ (1 พ.ย.64) ชุดปฏิบัติการบนที่สูงของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ลงมือปฏิบัติการโรยตัวลงมาจากด้านบนสะพานเพื่อที่จะเข้าช่วยเหลือนำตัวนายมารุต ขึ้นกระเช้าและนำขึ้นมาด้านบน แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังโรยตัวลงไปนายมารุต ได้กระโดดลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งมีความสูงประมาณ 50 เมตร ก่อนที่จะจมหายไปในแม่น้ำ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 401 และนักประดาน้ำที่ลอยลำอยู่ด้านล่างได้เข้าค้นหาโดยรอบใต้สะพานภูมิพล แต่ยังไม่พบร่างนายมารุด แต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าช่วงที่กระโดดลงไปถึงพื้นน้ำนายมารุต น่าจะหมดสติ จึงถูกกระแสน้ำพัดหายไป

ขณะที่ญาติของนายมารุต หลังทราบข่าวได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า นายมารุต มีอาการทางปราสาท และไม่ได้กินยามาหลายเดือนแล้ว ก่อนนี้นายมารุต เคยบวชพระอยู่ที่วัดคลองเก้า อ.เมืองสมุทรปราการ หลังจากนั้นก็ไปทำงานเป็น รปภ.อยู่สนามบินอู่ตะเภา และสนามบินโคราช และมาตกงานตอนโควิดระบาด บริษัทปิดกิจการเลยตกงานและยังหางานไม่ได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า นายมารุต ผู้ก่อเหตุน่าจะเกิดอาการเครียดบวกกับอาการทางปราสาทกำเริบเนื่องจากญาติแจ้งว่าไม่ได้กินยามานานหลายเดือนแล้ว จึงเดินขึ้นมาบนสะพานดังกล่าวก่อนที่ไต่จะลงไปนั่งอยู่ขอบสะพานด้านล่าง เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาอยู่นานกว่า 10 ชั่วโมงแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจให้ชุดปฏิบัติการบนที่สูงของมูลนิธิเข้ามาช่วยเหลือ แต่ระหว่างที่มูลนิธิกำลังโรยตัวลงไปได้เพียงเล็กน้อยนายมารุต ได้กระโดดลงไปในแม่น้ำและจมหายไปดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้เชิญญาติและผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โมเดอร์นาล็อตแรก 5.6 แสนโดสถึงไทยแล้ว! ย้ำทยอยส่งจนครบ 1.9 ล้านโดสในปีนี้

วัคซีนโมเดอร์นาล็อตแรก 5.6 แสนโดสมาถึงไทยแล้ว ย้ำจะทยอยส่งให้ครบ 1.9 ล้านโดสภายในปีนี้ ส่วนที่เหลืออีก 6.8 ล้านโดสคาดว่าจะส่งได้ภายใน 31 มีนาคม 2565

กรุงเทพฯ ​ประเทศไทย, 1 พฤศจิกายน 2564 – แซดพี เทอราพิวติกส์ (ZP Therapeutics) หน่วยธุรกิจภายใต้ ซิลลิค ฟาร์มา ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำในเอเชีย พร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา งวดแรกจำนวน 560,000 โดส ให้แก่องค์การเภสัชกรรม เพื่อจัดส่งวัคซีนให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนทางเลือกให้แก่ประชาชนชาวไทย

เภสัชกรหญิงสุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทราบว่าเราพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา ที่ได้จัดส่งมางวดแรกจำนวน 560,000 โดส ภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะทยอยส่งมอบเพื่อให้ครบจำนวน 1.9 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 ตามที่ได้รับการยืนยันจากโมเดอร์นา สำหรับวัคซีนส่วนที่เหลืออีกจำนวน 6.8 ล้านโดส คาดว่าจะส่งมอบได้ในไตรมาสแรกของปี 2565 บริษัทฯ ขอยืนยันที่จะนำเอาองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการวัคซีนมาสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและสถานพยาบาลเอกชน ในการส่งเสริมแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศต่อไป”

นางสาวพักตร์นลิน บูลกุล ประธานกรรมการบริหาร ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย กล่าวว่า “บริษัทฯ จะนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านการจัดเก็บและกระจายเวชภัณฑ์ยา และวัคซีนต่างๆ รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงด้านซัพพลายเชนและการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิจำเพาะ (Cold-chain Logistics) มาใช้ในการรักษาคุณภาพของวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิที่ -20 องศาเซลเซียส ในระหว่างการขนส่งวัคซีนตลอดระยะทางจนถึงโรงพยาบาลและสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนปลายทาง เพื่อเร่งการกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด”

เภสัชกรหญิงศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้รับมอบหมายในการเป็นหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่จัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือก เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น ในการดำเนินการดังกล่าว องค์การเภสัชกรรมต้องขอขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ที่ร่วมกันผลักดันให้ประชาชนได้มีวัคซีนนี้เกิดขึ้น และขั้นตอนจากนี้ไปเมื่อวัคซีนผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว บริษัท ซิลลิคฯ จะกระจายไปยังโรงพยาบาลเอกชน ตามสัดส่วนของยอดจองซื้อของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่างๆ ช่วยสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย ลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป” รอง ผอ.อภ. กล่าว

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า “ในส่วนของสมาคมฯ ได้มีการแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งเตรียมให้บริการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนที่ได้จองวัคซีนไว้ อย่างไรก็ตาม ทางองค์การเภสัชกรรม และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จะยังคงติดตามความคืบหน้าในการจัดส่งวัคซีนกับแซดพี เทอราพิวติกส์ อย่างใกล้ชิดต่อไป ในการส่งมอบวัคซีนทางเลือกมาให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ วัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา เป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนยังคงมีความต้องการสูง จากผลการทดลองทางคลินิกในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้สูงถึง 94% ในกลุ่มผู้ใหญ่ ในขณะที่การรวบรวมผลประสิทธิภาพจากการใช้จริงในการฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ 91% เมื่อได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีต่อการยับยั้งสายพันธุ์เดลตา” ufabet

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *