เสาร์. พ.ย. 27th, 2021

รวบ 1 ใน 4 “อดีตพระ” ลวงเด็กหญิงวัย13เข้าวัดรุมโทรมคากุฏิเหยื่อหนีออกมาแจ้งผู้ปกครองพบประวัติติดคุกโชกโชน

(27 ต.ค.64) กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายจริน(สงวนนามสกุล)อายุ35ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิจิตร ที่ จ.43/2564 ลง 23 ก.พ.64 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงปีโดยเด็กหญิง” ufabet

สถานที่จับกุม​ต.หนองขามอ.ศรีราชา​จ.ชลบุรี​ วันที่27 ต.ค.64เวลาประมาณ 16.15 น.

พฤติการณ์ด้วยเมื่อวันที่2 ม.ค.64เวลาประมาณ21.00 – 21.30น.ผู้ต้องหากับพวกรวม4คน ซึ่งบวชเป็นพระได้โทรศัพท์ติดต่อล่อลวงผู้เสียหายซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นม.1ให้เข้ามาพบที่กุฏิของวัดแห่งหนึ่งใน ต.แหลมรัง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร จากนั้นได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในลักษณะโทรมเด็กหญิง และเมื่อผู้เสียหายหนีออกมาจากกุฏิวัดดังกล่าวมาได้ จึงได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ หลังจากนั้นผู้ปกครองจึงได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนจึงได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

โดยในวันที่ 27 ต.ค.64เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่ต.หนองขามอ.ศรีราชา​จ.ชลบุรีหลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บึงนารางจ.พิจิตรเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย เคยถูกจำคุกมาแล้วหลายครั้ง

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนไม่ได้ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย

หนุ่มหื่นมอมเหล้าเด็กหญิงวัย 14 ก่อนชวนแก๊งเพื่อนรุมโทรมยับ ตามจับนาน 12 ปี!

(26 มิ.ย.62) นายนิรันต์ หรือรันอายุ31ปีชาว จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาจังหวัดปราจีนบุรี ที่จ.351/2550 ลงวันที่ 28 กันยายน 2550 ในข้อหา“ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา เพื่อการอนาจาร,ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงและเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ ที่โรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณช่วงต้นปี 2550 นายนิรันต์พร้อมกับเพื่อนประมาณ 4-5 คนได้ชักชวนกันนั่งดื่มสุรากันที่บริเวณศาลาร้าง ต.บ้าน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จากนั้นเพื่อนในกลุ่มได้พาเด็กหญิงสาวอายุ 14 ปี มาร่วมนั่งดื่มสุราด้วย 1 คนจนเด็กหญิงสาวเมามาย นายนิรันต์ร่วมกับเพื่อน จึงฉวยโอกาสพาเด็กหญิงสาวไปร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา จากนั้นได้แยกย้ายกันหลบหนีไป หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ไว้ในข้อหาดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.1บก.ป.จึงได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสของผู้ต้องหาในคดีนี้เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับค้างเก่าจนกระทั่งเมื่อวันที่25มิถุนายนพ.ศ.2562จากการสืบสวนจนทราบว่านายนิรันต์ได้หลบหนีมาทำงานที่โรงน้ำแข็งดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบและพบตัวนายนิรันต์กำลังยืนอยู่หน้าโรงน้ำแข็งดังกล่าวโดยนายนิรันต์ยืนยันเป็นบุคคลตามหมายจับจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และจับกุมตัว นายนิรันต์นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านสร้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ

คำสารภาพ “บังนัท” ลวงข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 คาตึกร้าง อ้างเพราะเมายา

ตำรวจ 191 เปิดแถลงข่าวจับกุมบังนัทผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย12ปียอมรับลงมือเพราะเสพยามาก่อนหน้านั้นค้นประวัติพบหมายจับติดตัวอีก 2 คดี

พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สปพ.หรือ191ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายสำรวยหรือบังนัทอายุ34ปีชาวจ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุล่อลวง ด.ญ.บี (นามสมมุติ) วัย 12 ปี ไปข่มขืนภายในตึกร้างแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง 81 เขตบางกะปิ

พล.ต.ต.สำราญ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่13กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 21.00 น.บังนัทได้ล่อลวงพาเด็กหญิงบีอายุ12ปีไปก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราที่บริเวณอาคารร้างแห่งหนึ่งย่านถนนรามคำแหง 81 ซึ่งเดิมอาคารแห่งนี้เคยเปิดเป็นสถานบันเทิงเก่า แต่ปัจจุบันได้ปิดตัวไปนานแล้ว

โดยหลังเกิดเหตุพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษเร่งดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุดำเนินคดีให้ได้กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่สายตรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนจนทราบว่านายสำรวยได้หลบหนีและซ่อนตัวอยู่ที่เพิงพักปลูกเองไม่มีบ้านเลขที่ในชุมชนบึงสำราญ ถนนนวมินทร์26แยก1เขตบึงกุ่ม ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อม กระทั่งสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

ผบก.สปพ.กล่าวเพิ่มเติมว่าจากการสอบสวนบังนัทให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงบีจริงเพราะรู้จักกับแม่ของเด็กหญิงเป็นอย่างดีประกอบกับในวันเกิดเหตุตนได้เสพยาเสพติดมาก่อน จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง หลังจากนั้นจึงได้ล่อลวงเด็กหญิงมาก่อเหตุข่มขืน

เบื้องต้นได้แจ้งดำเนินคดีกับนายสำรวยในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน13ปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสำรวยมีหมายจับติดตัว2หมายในข้อหาลักทรัพย์ของสน.สายไหมและสน.มีนบุรีและก่อนหน้านี้ยังเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดในพื้นที่สนโชคชัยสน.โคกคราม และสน.บึงกุ่ม เมื่อปี 2555 และ 2561 ตามลำดับ

แก๊ง 10 ทรชนรุมโทรม ม.1 ทยอยมอบตัว อ้างแค่ไปดื่มเหล้า โบ้ยแฟนเหยื่อเป็นคนข่มขืน

แก๊ง10ทรชนรุมโทรมม.1ทยอยมอบตัวอ้างแค่ไปดื่มเหล้าด้วยโบ้ยแฟนเหยื่อซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี เป็นคนข่มขืน

ความคืบหน้ากรณีที่นางเอ(นามสมมติ)อายุ32ปีชาวอำเภอประโคนชัยจังหวัดบุรีรัมย์เข้าแจ้งความที่สภ.พลับพลาชัยว่าลูกสาวซึ่งเรียนอยู่ชั้นม.1ถูกผู้ชายจำนวน10คนอายุระหว่าง 13-50 ปี ล่อลวงลูกสาวไปล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะการรุมโทรม เหตุเกิดเมื่อช่วงวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา แต่คดีไม่คืบหน้าจึงได้ร้องเรียนผ่านสื่อ

10 ทรชน รุมโทรมเด็กหญิง 13 ขวบ ตำรวจบอกให้แม่เหยื่อไกล่เกลี่ย ห่วงอนาคตผู้ก่อเหตุ
กระทั่งเมื่อช่วงสายวันนี้ (18 ก.ย.64) พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้ปกครองและเด็กผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีตามกระบวนการ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.แก๊งทรชนที่ถูกแจ้งความกล่าวหาร่วมกันรุมโทรมนักเรียนม.1ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสภ.พลับพลาชัยเจ้าของคดีแล้ว 2 คน คือ นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี และนายคิง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี จากจำนวนผู้ที่ถูกแจ้งความกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 10 คน อายุระหว่าง 13-50 ปี ส่วนที่เหลือทางญาติก็ได้ติดต่อจะพาลูกหลานเข้ามอบตัวแต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาว่าจะเดินทางมามอบตัววันไหน

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ต้องหา2คนที่เข้ามอบตัวในวันนี้ ก็ให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำชำเรานักเรียนหญิงม.1ตามที่ถูกแจ้งความกล่าวหาอ้างว่าได้ไปนั่งมั่วสุมดื่มสุราด้วยจริง แต่ไม่ได้ก่อเหตุ แต่กลับซัดทอดว่าคนที่ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.เอ คือ ด.ช.ซี อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นแฟนของน้องผู้เสียหายเอง ส่วนพวกตนแค่ไปดื่มเหล้าด้วยกันเท่านั้น

อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้แจ้งข้อหา“ร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารและร่วมกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน13ปีในลักษณะโทรมหญิง” ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือหากไม่เข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียก และหมายจับตามขั้นตอน

พ่อร้อง ปคบ.เร่งรัดคดีลูกสาววัย 18 ปี ถูกชาย 13 คนรุมโทรม

พ่อเหยื่อหญิง 18 ปี ถูกรุมโทรม ร้อง ปคม. เร่งรัดคดี เอาผิดอดีต ส.ท.ลพบุรี ยังลอยนวล

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมพร้อมด้วยพ่อของเด็กหญิงวัย18ปีจังหวัดลพบุรียื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม.เพื่อเร่งติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ในกรณีที่ หญิงสาวถูกรุมโทรม 13 คน ถึง 2 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา

นายรณรงค์ เปิดเผยว่า คดีนี้เด็กหญิงอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่าได้ถูกข่มขืน 2 ครั้งโดยครั้งแรกเดือนกันยายนจาก 4 คนและครั้งที่ 2 เดือนตุลาคม จาก 9 คน รวม 13 คน โดย 12 คน ถูกแจ้งข้อหากระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิง และดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้ว

แต่พบว่ายังเหลืออีก 1 คน ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาล หรือ ส.ท. อายุ 52 ปี ไม่ถูกดำเนินคดี โดยตำรวจกลับไม่ดำเนินคดี อ้างว่าพยายหลักฐานไม่เพียงพอ ดังนั้นในวันนี้จึงเข้าแจ้งความ ปคม. เพื่อขอให้ช่วยคิดตามเนื่องจากกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

พ่อผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองทราบเรื่องเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงแจ้งตำรวจในท้องที่ดำเนินคดี กระทั่งเมื่อปลายเดือนมกราคม 2564 ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีผู้ต้องหา 12 คน ซึ่งไม่รวมอดีต ส.ท. รายนี้ ตนเองจึงกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องเรียนที่ ปคม.

สำหรับ อดีต ส.ท. คนนี้ ส่วนตัวรู้จักกันเพราะอยู่บ้านใกล้เคียงกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการกล่าวหาเพราะมีบุคคลเคยเห็นคลิปขณะลูกสาวถูกกระทำ ส่วนอาการของลูกสาวขณะนี้ยังต้องรักษาด้วยการรับประทานยานอนหลับเนื่องจากมีอาการหวาดกลัวและพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีญาติของผู้ก่อเหตุเสนอเงินจำนวน 4 แสนบาท รวมถึงมีภรรยาของหนึ่งผู้ก่อเหตุเสนอขอร่วมหลับนอนกับตน แลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธไป

ด้าน ตำรวจ ปคม. ได้รับเอกสารหลักฐานและสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมหากคดีมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะประสานกับตำรวจในพื้นที่ให้ช่วยติดตาม และประสานกรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือ พม. ให้เข้ามาดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหาย

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *