จันทร์. ต.ค. 18th, 2021

สถาปนิก ต่างกับ วิศวกร เรื่อง ความสับสน ระหว่าง วิชาชีพ เกี่ยวกับ การก่อสร้างสำหรับ คนนอกวงการมักเกิดขึ้น ได้เสมอ โดยยิ่งไปกว่านั้น ใน สิ่งแวดล้อม ของ บ้าน พวกเรา ที่ การพูดถึงวิชาชีพในสื่อดังเช่นว่าหนัง หรือ ละครมักไม่ได้ พ่วงความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาชีพต่างๆ

สักเท่าไหร่ รวมทั้ง ข่าวสารและก็ สารคดี ที่เอ๋ยถึงวิชาชีพหรือบุคคลสำคัญในวงการการก่อสร้างก็มีน้อยมากจนทำให้ความรู้เกี่ยวกับ วิชาชีพทั้งสองในสาธารณะช่างน้อยนิด

ไม่ต้อง แปลกใจ เลยที่ผมเองซึ่งเป็นสถาปนิก จะเคย โดนถามว่าควรจะใส่เหล็กเส้น แค่ไหนดีในคาน แล้วก็เคยทราบ ว่ามีคน จะหาวิศวกรมา ออกแบบบ้าน ให้ตนเอง

อันที่จริง ถ้าอธิบาย ให้กระชับและเข้าใจง่ายๆ ก็คือสถาปนิก มีหน้าที่ออกแบบ รูปร่างหน้าตา และการใช้สอยของอาคารบ้านเรือนส่วนวิศวกร ( สาขาที่เกี่ยวโยงกับการก่อสร้าง) มีหน้าที่ ออกแบบ คำนวณเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารรวมทั้งระบบไฟฟ้าระบบระบายน้ำ ฯลฯ ต่างๆ ซึ่งค่อนข้างจะมีเรื่อง การคำนวณ จำนวน มาเกี่ยวข้องมาก หน่อย

แต่ส่วนที่ทำให้ผู้คนนอกวงการ สับสน ก็คือ ความรู้สึก ที่ว่าอ๋าว ก็ในเมื่อบ้านมันก็มีแค่เสา คาน ท่อน้ำ สายไฟเท่านี้ ก็เกิดขึ้น เป็น อาคารเป็นบ้านได้ แล้วเพียงแค่ วิศวกร แค่นั้น ก็ สามารถจะใช้ความสามารถ ความรู้ความเข้าใจค่านวณอิฐหินปูน ทราย เหล็ก ออกแบบ ขึ้นมาให้เป็นบ้านได้นี่

ที่จริง ความเข้าใจนี้ทั้งใช่และไม่ใช่ ครับ เพราะ ความจริงใครๆ ก็ รู้จักดีกับที่อยู่อาศัยและคิดออก แบบที่อยู่อาศัยของตัวเอง ในจินตนาการได้ ก็เลย ดูเหมือนว่า ขอเพียงแค่มีประสบการณ์

สำหรับในการ คำนวณ ให้เสา คาน พื้น มันไม่ถล่มลงมา ที่เหลือ ใครๆ ก็คงจะ ออกแบบบ้าน ตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ มีประสบการณ์ เกี่ยวกับ บ้านรวมทั้งการก่อสร้าง ซึ่งถ้าความต้องการไม่ซับซ้อน บ้านที่อยากคล้ายกับบ้านทั่วไป (มัก เป็นบ้านที่ มี ขนาดเล็ก)

ก็ต้อง บอกตามตรง ว่าอาจไม่ได้ มีความจำเป็น จะต้อง ใช้นักออกแบบหรือพวกเราๆท่านๆ ก็เพียงพอจะเป็น คนเขียนแบบ มือสมัครเล่น ได้ซึ่ง ในกรณีนี้แม้แต่กฎหมาย

ก็มีหลักเกณฑ์ ที่ดูเหมือนจะ เห็นด้วยอยู่ กลายๆ ด้วย การกำหนด ให้อาคาร พักอาศัย ทั่วๆไปที่มีขนาด ไม่เกิน 150 ตารางเมตรหรืออาคารเกี่ยวกับ การกสิกรรมที่มี พื้นที่ ไม่เกิน 400 ตารางเมตร ไม่ต้องใช้สถาปนิก สำหรับในการเซ็น แบบออกแบบ และ ควบคุมงานในการขออนุญาตก่อสร้าง

แต่ปัญหา ก็ยังไม่จบเพราะ หลายคนคิดว่า ถึงเป็นบ้านใหญ่กว่า 150 ตร. ม. ก็ไม่เห็นจะต้อง ใช้ สถาปนิก อยู่ดีเพียงแค่วิศวกรเพียวๆ ก็น่าจะ ออกแบบได้…

โดยเฉพาะถ้าเราโนสนโนแคร์เรื่อง รูปร่างหน้าตาอาคาร ( เพราะเด่นชัดอยู่กับตัวแล้วว่าเราชอบแบบไหน) และ มีความคิดว่าหัวข้อการ ใช้สอยของบ้านก็แค่ อยากได้ราวกับบ้า ปกติแล้วสถาปนิกยังจ มีประโยชน์อะไร นอกเหนือจากนี้ อีกเล่า

ก็ต้องอธิบายว่าเพราะที่ดินแต่ละผืน สภาพแวดล้อมแต่ละที่ ล้วนมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านทิศทางและการคำนึงถึงการใช้งานให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เช่นบ้านในฝัน หรือแบบบ้านที่เราไปหามา มีห้องนอนอยู่ทางซ้ายของบ้าน แต่หากที่ดินของเราหันหน้าที่ดินไปทางทิศใต้ ก็จะกลายเป็นห้องนอนเราโดนทิศตะวันตกไปเต็มๆ จึง “อาจจะ” ไม่ควรใช้แบบบ้านนี้กับที่ดินผืนนี้โต้ง ๆ เป็นต้น

รวมถึงยังมีเรื่องกฎหมายอาคาร การคำนึงถึงงบประมาณในภาพรวม ซึ่งสถาปนิกจะเข้ามาให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบในส่วนนี้ได้ และอีกอย่างที่สำคัญคือ สถาปนิกจะสามารถสื่อสารให้เราเห็นถึงบ้านที่จะสร้างเสร็จให้กับทุกคนในครอบครัวได้ล่วงหน้าผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทำภาพ Perspective, เขียนแบบ, ทำโมเดล ประกอบคำอธิบายข้อดีข้อเสียและทางเลือกให้ทุก ๆ

คนที่มีส่วนร่วมในบ้านให้เข้าใจร่วมกัน ไม่ต้องไปขัดเคืองขัดใจเอาตอนเมื่อลงมือสร้างไปแล้ว (พูดอีกแบบก็คือเปิดโอกาสให้ขัดเคืองขัดใจกันตั้งแต่ก่อนจะลงทุนก่อสร้างจริง) ซึ่งสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างบ้านย่อมรู้ดีกว่า ปัจจัยทั้งหมดข้างต้น มีส่วนสำคัญต่อการลงทุนลงเวลาสร้างบ้านขนาดไหน

ที่ว่ามาทั้งหมดมิได้หมายความว่าวิศวกรจะออกแบบบ้านที่ดีไม่ได้นะครับ เพราะด้วยความใส่ใจและสนใจส่วนบุคคล ก็อาจจะทำได้ดีได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าวิชาชีพสถาปนิกเป็นวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาโดยตรง จึงมีความรู้ ความสามารถ และภาระหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบบ้านได้ครบเครื่องกว่า (และเป็นภาระหน้าที่ทางกฎหมายของวิชาชีพเฉพาะด้วย ซึ่งผู้อื่นที่ไม่ได้ผ่านการร่ำเรียนตามระบบมาจะมาเซ็นออกแบบหรือควบคุมงานแทนไม่ได้) ที่สำคัญ สถาปนิกนี่แหละครับ ที่จะคอยคุย ประสานงานและช่วยใช้ความสามารถของวิศวกรและผู้รับเหมา มาทำให้แบบบ้านที่ออกแบบไว้เป็นจริงได้ลุล่วง โดยแต่ละฝ่ายก็จะได้ใช้ความสามารถตามวิชาชีพกันไป

“สถาปนิก” การเรียน การทำงาน ทักษะ ความก้าวหน้า เป็นยังไง?

น้องๆ คนไหนที่สนใจและใฝ่ฝันประกอบอาชีพอาชีพ “สถาปนิก” กำลังหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ อยากรู้ว่าการเรียน การทำงาน ทักษะ หรือความก้าวหน้าของอาชีพนี้เป็นยังไง? ตามมาอ่านบทความนี้ได้เลย เรารวมทุกข้อสงสัยพร้อมคำตอบมาให้น้องๆ ที่นี่แล้ว ออกแบบบ้าน

เป้าหมายการทำงานของสถาปนิก
คือการออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร

ทักษะ ความรู้ ความสามารถ
สถาปนิก เป็นอีกอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะอาชีพนี้ไม่ได้แค่มีหน้าที่ออกแบบอาคารคุมงานก่อสร้างให้ได้ดังที่ลูกค้าต้องการ แต่สิ่งที่ออกแบบไปนั้นคือความรับผิดชอบของสถาปนิกทั้งหมด หากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นในอนาคตคนที่จะโดนฟ้องคนแรกก็คือสถาปนิกนี่แหละ ดังนั้น นอกจากความคิดสร้างสรรค์ ทักษะพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ความรอบคอบ และความรับผิดชอบ ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก

ส่วนโปรแกรมที่สถาปนิกใช้ในการทำงานก็มีหลายโปรแกรม เช่น SketchUp, Photoshop, Autocad หรือ archicad เพราะจะมีความแม่นยำ สวยงาม และรวดเร็ว ต่างจากเมื่อก่อนที่จะเป็นงาน Munual งานวาดมือทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีโต๊ะ ดราฟ หรือ โต๊ะเขียนแบบเป็นโต๊ะประจำตัว แต่ถ้าเรามีเวลาจริงๆ อยากทำงานเป็นงานมือก็สามารถทำได้

ความรู้เพิ่มเติม
สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นการศึกษาสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานเทคนิควิทยาการทั้งทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่อาศัย วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นั้น สนองตอบในเชิงจิตวิทยา

ปค่าตอบแทน
สถาปนิกที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ส่วนสถาปนิกที่ทำงานกับภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนขั้นต้นอยู่ระหว่าง15,000 -20,000 บาทขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการฝึกงานขณะที่กำลังศึกษาอยู่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นโบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการ เป็นต้น โดยระดับรายได้ของสถาปนิกมักจะขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ ผู้ช่วยสถาปนิก (Architect Assistant), สถาปนิกผู้น้อย (Junior Architect), สถาปนิก (Architect), สถาปนิกอาวุโส (Senior Architect), ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ (Design Director , Architect Director)

เส้นทางในอนาคต
อนาคตความก้าวหน้าของคนที่ประกอบอาชีพนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความชำนาญในงานเป็นสำคัญโดยมีหลักประกันอยู่ที่ฝีมือและผลงาน ผู้ที่ทำงานในภาครัฐจะได้รับการเลื่อนขั้นตามความสามารถถ้าได้รับการศึกษาต่อหรืออบรมหลักสูตรต่างๆ เพิ่มเติมอาจได้เป็นผู้อำนวยการของหน่วยเองที่สังกัดอยู่ ในภาคเอกชน อาจได้เป็นผู้จัดการหรือผู้ดูแลโครงการก่อสร้างหรือเป็นเจ้าของกิจการก็ได้

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *