เสาร์. พ.ย. 27th, 2021

หนุ่มเชียงราย เดินทางมาบุรีรัมย์ รับทราบข้อหา โพสต์ภาพตัดต่อ “เนวิน” ยืนแลบลิ้นถือป้าย VAR ทำเสียชื่อเสียง

(29 ต.ค.64)นายวรากร(ขอสงวนนามสกุล)อายุ36ปีหนุ่มชาว ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธงรัฐฐ์ เขียวสนาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้มอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านกรวด ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง

“เนวิน” สืบเนื่องจากผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้นำภาพที่นายเนวินยืนและแลบลิ้นหัวเราะจำนวน11ภาพที่มีการตัดต่อเติมหรือตัดแปลง แล้วนำข้อความว่า “VAR” มาเติมใส่ในมือของนายเนวิน แล้วโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวลงใต้เพจๆ หนึ่ง ที่เปิดเป็นสาธารณะประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่านายเนวิน โกงการแข่งขัน และคุมเกมการแข่งขันฟุตบอล ที่กรรมการตัดสินต้องเข้าข้างทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อันเป็นการได้เปรียบทีมคู่แข่ง

ซึ่งถือเป็นภาพและข้อความอันเป็นเท็จทำให้ผู้ที่ถูกตัดต่อภาพและนำไปโพสต์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังหรือได้รับความอับอาย และเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งพฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเข้าถึงได้ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฎเป็นภาพของบุคคลอื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดก็ตาม ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดซัง หรือได้รับความอับอายหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา”

ทางพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหานายวรากร2ข้อหาคือนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแต่นายวรากร ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาแล้วพนักงานสอบสวนก็ได้ปล่อยตัว จากนั้นจะได้สรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.กัมพล วงษ์สงวน ผกก.สภ.บ้านกรวดกล่าวว่ากรณีดังกล่าวที่มีการนำภาพที่ได้ทำการตัดต่อดัดแปลงมาไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อด้วยตัวเองหรือนำภาพมาจากไหนก็ตามแล้วทำการโพสต์แชร์ในเฟซบุ๊ก ถือเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้ที่ถูกตัดต่อภาพได้รับความอับอายขายหน้า ถือเป็นความผิดฐานเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีโทษจำและปรับตามกฎหมาย

“อยากจะฝากเตือนผู้ที่คิดจะโพสต์หรือแสดงความคิดเห็นใดๆก็ควรจะระมัดระวังไม่ควรจะละเมิดซึ่งกันและกันเพราะหากมีการพาดพิงทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายก็จะถูกดำเนินการคดีตามกฎหมายสำหรับเคสนี้ผู้กระทำผิดต้องเดินทางมาไกลจาก จ.เชียงราย เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่าย และยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีก” พ.ต.อ.กัมพล กล่าว

เด็กหญิง 14 หลงไว้ใจคนแปลกหน้า ถูกหลอกจี้ข่มขืน ร้องไห้เคาะป้อมดับเพลิงขอความช่วยเหลือ

เด็กหญิง 14 จะไปหาพ่อแต่รถหมด หลงไว้ใจคนแปลกหน้า คนขายตั๋วรถบอกเขาใจดีไปพักด้วยได้ ก่อนถูกหลอกจี้ข่มขืน ต้องยอมเพราะกลัวตาย

เมื่อเวลา 02.40 น. (30 ต.ค. 64) เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองชลบุรีได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุดับเพลิงบ้านสวนหมู่3ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ว่ามีหญิงสาววิ่งร้องไห้มาขอความช่วยเหลือเบื้องต้นแจ้งว่าถูกข่มขืน ตำรวจจึงรุดไปตรวจสอบพบร่าง ด.ญ.หนู (นามสมมุติ ) อายุ 14 ปี นั่งร้องไห้อยู่ข้างห้องวิทยุสภาพตื่นกลัว

สอบถาม น.ส.หนู เผยให้ฟังว่า ไปทำงานที่ จ.ตาก จะกลับบ้านไปหาพ่อที่ จ.ระยอง นั่งรถจากจ.ตาก มาลงที่ขนส่งหมอชิต แล้วต่อรถมาลงที่ จ.ชลบุรี เพื่อจะต่อรถไป จ.ระยอง แต่มาถึงชลบุรีเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า คนขายตั๋วเขาบอกว่าไม่มีรถแล้ว ต้องหาที่พักนอนเช้าค่อยเดินทาง โดยคนขายตั๋วบอกว่ามีชายคนนี้ ชี้ไปที่ชายรูปร่างผิวดำ บอกว่าใจดี ไปพักที่บ้านเขาก่อนได้ ไม่มีอะไรเพราะที่บ้านเขามีลูกมีเมีย ตนเชื่อใจจึงไปกับเขา

พอถึงห้องเขาล็อกประตูเอามีดปลายแหลมมาจี้บอกว่า ขอ 1 ที ตนตกใจเขาบอกว่าถ้าไม่ยอมจะแทงให้ตายจริงๆ นะ ตนกลัวตายจึงยอมจนชายคนนั้นสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง หลังจากนั้นจึงขอออกมานั่งหน้าห้อง ตอนแรกเขาจะไม่ยอมแต่พอขอใหม่เขาก็ให้ออกมา โดยบอกว่าถ้าไปแจ้งความตำรวจเขาออกมาจะฆ่าให้ตาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว น.ส.หนูไปสอบสวนที่ สภ.เมืองชลบุรีแจ้งความและนำตัวไปให้แพทย์รพ.ชลบุรีตรวจร่างกายว่ามีร่องรอยการข่มขืนจริงหรือไม่จะได้เป็นหลักฐานเอาผิดโดยจะตามไปสอบสวนคนขายตั๋วที่การันตีให้ไปกับชายคนร้ายเพื่อขยายผลดำเนินการตามกฎหมายต่อไปด้วย

สอบถามนายชาญณรงค์ วัฒนากังชัย อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุดับเพลิงบ้านสวน เปิดเผยว่า ขณะตนเข้าเวรห้องวิทยุได้ยินเสียงเคาะกระจกดัง คิดว่ามีใครมาแจ้งเรื่องไฟไหม้ แต่พอมองไปมีเด็กสาวคนนี้ร้องไห้บอกว่า ถูกข่มขืนมาขอความช่วยเหลือจึงไปวิทยุแจ้งตำรวจสภ.เมืองชลบุรี ดังกล่าว

ยอดยังไม่ลดโควิดวันนี้ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 9,224 ราย เสียชีวิตอีก 88 ราย

วันนี้ (30 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 9,224 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 1,874,302 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 1,903,165 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 88 ราย เสียชีวิตสะสม 19,158 ราย หายป่วยเพิ่ม 8,305 ราย หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 1,756,449 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 100,132 ราย

รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 9,224 ราย มีดังนี้

1. ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 8,832 ราย

2. ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 259 ราย

3. จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 126 ราย

4. เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 7 ราย

คนหวังเปิดประเทศ 1 พ.ย.เศรษฐกิจจะดีขึ้น กังวลอนุญาตเปิดผับ-ขายเหล้า หวั่นระบาดอีก

“กรุงเทพโพลล์”คนหวังเปิดประเทศ1พ.ย.เศรษฐกิจจะดีขึ้นสร้างงานสร้างรายได้กังวลอนุญาตเปิดผับขายเหล้า 4 จังหวัดท่องเที่ยว หวั่นระบาดอีก

“กรุงเทพโพลล์” มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ความหวังคนไทยกับการเปิดประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ โดยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จำนวน 1,173 คน ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 51.1 หวังว่าการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น, ร้อยละ 43.4 หวังว่าจะเกิดผลดีกับธุรกิจร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ และร้อยละ 42.7 หวังว่าจะสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน แต่ขณะเดียวกัน ร้อยละ 72.0 กังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด มีเพียงร้อยละ 28.0 กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.กังวลกับเรื่องใดว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากที่สุด ร้อยละ 72.0 ระบุ การอนุญาตให้เปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ ภายในวันที่ 1 ธ.ค.ร้อยละ 66.5 นักท่องเที่ยวต้องฉีดวัคซีนครบแล้ว มาจากประเทศที่ความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกักตัว, และร้อยละ 62.4 ให้ 4 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ (กทม.-กระบี่-พังงา-ภูเก็ต) ufabet

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามความคิดเห็นว่า ในภาพรวมคิดว่าการเปิดประเทศ1พย.นี้ประเทศจะเป็นอย่างไรร้อยละ46.3เชื่อว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆแต่ ร้อยละ 27.5 คิดว่าจะทำให้แย่ลง และ ร้อยละ 26.2 คิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *