เสาร์. พ.ย. 27th, 2021

อาใจชั่ว วันที่ 28 ต.ค.64 ที่ นางสาวจง(นมสมมติ) อายุ 37 ชาวบ้าน อ.นาแห้ว จ.เลย พาลูกสาว อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชาตรี ซื่อตรง สว.(สอบสวน) สภ.นาแห้ว จ.เลย ว่านายสมจิตร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นญาติมีศักดิ์เป็นอาของเด็ก เข้าไปในห้องลูกสาวพยายามข่มขืน แต่ลูกสาวร้องตะโกนให้คนช่วยจนรอดมาได้ เมื่อรับแจ้งประสานชุดสืบสวนนำตัวนายสมจิตร วงศา มาสอบปากคำที่ สภ.นาแห้ว

เด็กหญิงเล่าว่าวันนี้เมื่อช่วงเที่ยงวันตนเองไปฉีดวัคซีนกลับมาถึงบ้านแล้วไม่สบายจึงเข้าไปนอนหลับนายสมจิตรซึ่งมีศักดิ์เป็นอาเข้ามาในห้องในสภาพเมาเข้ามาขณะที่นอนดึงแขนพยายามดึงเสื้อแล้วจับหน้าอก จึงพยายามผลักแต่อาไม่ยอมออกตนพยายามขัดขืนและตี พร้อมกับร้องจนสุดเสียง ทำให้อาตกใจรีบหนีไป จากนั้นรีบโทรไปบอกแม่

อาใจชั่ว ขณะที่แม่ของเด็กบอกว่าตอนเกิดเหตุตนเองอยู่บ้านญาติลูกสาวโทรศัพท์มาบอกจึงรีบกลับมาแต่ไม่พบคู่กรณีลูกสาวเล่าให้ฟังว่ามีคนจะมาข่มขืนแต่ไม่สำเร็จเพราะลูกสาวตะโกนให้คนช่วยจากนั้นจึงไปบ้านผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่จึงแจ้งกับเมียผู้ใหญ่บ้านจนเรียกตัวคู่กรณีมาแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และไม่กลัว ท้าให้ไปเรียกทนาย ยังบอกอีกว่าไม่กลัว เพราะเขาไม่ผิด แต่ตนเองไม่เชื่อ คิดว่าลูกสาวไม่โกหก จนต้องจูงมือลูกสาวมาแจ้งความให้ดพเนินคดีถึงที่สุด

นายนวนนามสมมติพ่อของเด็กเล่าว่าตนเองกับนายสมจิตรเป็นญาติกันวันนี้ได้ชวนไปงานเลี้ยงของลูกสาวคนโตจนกระทั่งกินเหล้าเมาทั้งคู่จึงให้มาส่งที่บ้านตอนที่ไปส่งไม่รู้เรื่องจนมารู้เรื่องได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้ บอกว่าลุงที่มาส่งพ่อเขาจะเข้ามาข่มขืน เขาทำได้แค่ถอดเสื้อและจับหน้าอก ตัวเองโมโหมาก ยอมรับโกรธมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ คงตีตายไปนานแล้ว คิดว่าเป็นญาติพี่น้องกัน ถ้าเป็นคนอื่นตนคงฆ่าตายไปแล้ว

ส่วนนายสมจิตร วงศาผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในอาการเมาพอจะพูดรู้เรื่องบอกว่าตนเองเมามาส่งน้องที่บ้านและเข้าไปในบ้านจากนั้นก็กลับออกมายืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเด็ก

ส่วนทางด้านคดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเบื้องต้นพร้อมประสานไปยังทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำเนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน ส่วนนายสมจิตร ซึ่งยังอยู่ในอาการเมา ได้นำเข้าห้องขัง รอสร่างเมาก่อน รอสอบปากคำในวันพรุ่งนี้

ยิ่งขุดยิ่งสลด คดีพ่อข่มขืนลูกแล้วหนีไปบวช ลูกสาวเป็นออทิสติก กำลังท้อง 4 เดือน

คดีพ่อข่มขืนลูกแล้วหนีไปบวช ญาติเผยลูกสาวเป็นออทิสติก ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ 4 เดือน ไม่รู้ท้องกับใคร เพราะพ่อหนีคดีไปตั้งแต่เดือนเมษายน

(25 ต.ค.64) กรณีตำรวจสภ.สตึกอ.สตึกจ.บุรีรัมย์ นำหมายจับเข้าไปจับกุมพระทองมาหรือหลวงตาจ่อยอายุ63ปีที่วัดศรัทธาวนาราม หรือวัดบ้านขาม ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ความผิดฐาน ”ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน”

ผ้าเหลืองไม่ช่วย พ่อหนีคดีข่มขืนลูกสาวแท้ๆ มาบวชที่บุรีรัมย์ สุดท้ายโดนรวบ
หลังผู้ใหญ่บ้านและอสมในหมู่บ้านที่จ.ร้อยเอ็ดพาสาววัย21ปีมาแจ้งความ ที่ สภ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวสารภาพว่าได้เป็นคนก่อเหตุกระทำกับลูกสาวของตัวเองจริง ก่อนตำรวจ สภ.อาจสามารถ จะนำตัวไปดำเนินคดีในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

ความคืบหน้าล่าสุดนายจำปา อายุ 62 ปีน้องชายหลวงตาจ่อยเล่าว่าพี่ชายจีบสาวไม่เป็น มีเมียตอนอายุมากแล้วที่ จ.ร้อยเอ็ด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะทำจริงแต่พอรู้ว่าลูกสาวเป็นคนสติไม่ค่อยสมประกอบ

ด้านนางลำไพอายุ57ปีน้องสะใภ้หลวงตาจ่อยบอกว่าเท่าที่ทราบลูกสาวหลวงตาจ่อยเคยถูกล่วงละเมิดมาแล้วและมีลูกชาย 1 คนซึ่งไม่ทราบว่าเป็นลูกของใคร ตอนนี้อายุได้ 3 ขวบ

พอมาครั้งนี้ลูกสาวตั้งท้องอายุครรภ์ได้4เดือนหลวงตาจ่อย บอกกับลูกสาวว่า ให้บอกชาวบ้านว่า ลูกในท้องเป็นลูกของพ่อ เพราะเกรงลูกจะอับอายที่ลูกในท้องไม่มีพ่อ

ผ้าเหลืองไม่ช่วย พ่อหนีคดีข่มขืนลูกสาวแท้ๆ มาบวชที่บุรีรัมย์ สุดท้ายโดนรวบ

ตำรวจรวบพระวัย63ปีหลังสืบทราบมีหมายจับข่มขืนลูกสาวแท้ๆที่ จ.ร้อยเอ็ด แล้วหนีมาบวชที่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าตัวให้การรับสารภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.ต.อ.วชิรวิทย์วรรณธาณีผกก.สภ.สตึกอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ นำกำลังพร้อมหมายศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเข้าไปจับกุมพระทองมาหรือหลวงตาจ่อยอายุ63ปีที่วัดศรัทธาวนารามหรือวัดบ้านขาม ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากสภ.สตึกสืบทราบพบว่ามีพระจากนอกพื้นที่เข้ามาจำวัดอยู่ที่วัดบ้านขามต.สตึกจึงนำรายชื่อพระมาค้นหาข้อมูลพบว่าพระทองมามีหมายจับของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด

ความผิดฐาน”ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดกขืนได้ทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า15ปีโดยขู่เข็นด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน”

หลังนำหมายศาลไปแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ได้ทำการศึกพระทองมา ก่อนจะนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้กระทำกับลูกสาวของตัวเองจริง ก่อนจะให้ตำรวจ สภ.อาจสามารถ มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พระบรรหาร ศรีสง่า รักษาการเจ้าอาวาสวัดศรัทธาวนารามบอกว่าเมื่อก่อนจะเข้าพรรษาที่ผ่านมานายทองมา มาขอบวชที่วัดเมื่อสอบประวัติเบื้องต้นแล้วพบว่ามีญาติอยู่ในหมู่บ้านจึงให้บวชเณรก่อนได้สองสัปดาห์ หลังจากนั้นจึงบวชพระให้ตามเจตนารมณ์ของผู้บวช ทางวัดไม่ขัดไม่เคยรู้มาก่อนว่าไปก่อเหตุอะไรมามาทราบตอนที่ตำรวจเอาหมายศาลมาแสดง

สำหรับคดีดังกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นที่ต.บ้านแจ้งอ.อาจสามารถจ.ร้อยเอ็ดเมื่อประมาณเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาได้มีผู้ใหญ่บ้านและอสมในหมู่บ้านนำตัวน.ส.เอนามสมมุติอายุ21ปีไปแจ้งความต่อร.ต.อ.กรวิทย์จันทรประทักษ์รองสารวัตรสอบสวนสภ.อาจสามารถว่าถูกนายทองมาซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ข่มขืนมานาน จนชาวบ้านรู้เรื่องและทนต่อพฤติกรรมไม่ไหว โดยหลังแจ้งความนายทองมา ได้หนีออกจากบ้านไป จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด

สุดช็อก พ่อข่มขืนลูกสาวตั้งแต่ ป.4 บางครั้งเสพยาต่อหน้าเด็ก ก่อนลงมือ

ญาติพาเด็กหญิงวัย 13 ปี เข้าแจ้งความหลังถูกพ่อแท้ๆข่มขืนมานาน4ปีบางครั้งเสพยาต่อหน้าเด็กก่อนลงมือข่มขืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ นำตัวญาติและพยานจากคดีที่ผู้นำท้องถิ่นพร้อมกับญาตินำตัว ด.ญ.อ้อย (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เข้าแจ้งความว่าถูก นายโน๊ต (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี พ่อแท้ๆ ข่มขืนนานต่อเนื่องร่วม 4 ปี เหตุเกิดที่บ้านในพื้นที่ หมู่ 2 ต.กระบี่น้อย มาสอบปากคำเพื่อรวบรวมไว้เป็นสำนวนในคดี

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่2มิ.ย.ที่ผ่านมาทางญาติได้นำตัวด.ญ.อ้อย(นามสมมุติ)อายุ13ปีบ้านอยู่หมู่2ต.กระบี่น้อย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ว่าถูกนายโน๊ต(นามสมมุติ)อายุ40ปีพ่อแท้ๆก่อเหตุข่มขืนมานานร่วม 4 ปี

ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ประสานไปยังพมจ.กระบี่พร้อมเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก จ.กระบี่ รับตัว ด.ญ.อ้อยไปดูแลพร้อมทั้งส่งไปตรวจร่างกายที่รพ.กระบี่แพทย์ให้ยาแก้อักเสบกับเด็กก่อนจะพาไปพักเยี่ยวยาจิตใจที่บ้านพักเด็ก จ.กระบี่

ทางเจ้าหน้าที่หญิงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากเด็กได้ความว่า เด็กถูกพ่อก่อเหตุข่มขืนมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นป.4จนถึงปัจจุบันเด็กเรียนอยู่ชั้น ม.1 เด็กยอมรับว่าเพิ่งมีความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ตอนที่เริ่มได้เรียนตอนอยู่ชั้น ม.1 แต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ป.4 ยังไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้

นอกจากนี้ที่น่าหดหู่ใจไปมากกว่าก็คือตนได้รับข้อมูลจากญาติของเด็กว่าตัวพ่อของเด็กเองมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดเป็นประจำเด็กเล่าให้ญาติฟังว่าบางครั้งก็เสพยาต่อหน้าของด.ญ.อ้อยก่อนจะข่มขืน

ส่วนแม่ของเด็กยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทราบเพียงแยกทางกันไปกับครอบครัว ซึ่งตอนนี้กำลังตรวจสอบว่าหากมีชีวิตอยู่ จะอยู่ที่ไหน เพราะเด็กมีความประสงค์อยากไปอยู่กับแม่มาก

ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมลผกก.สภ.เมืองกระบี่กล่าวว่าตอนนี้ต้องให้เด็กได้รับการพักและเยียวยาจิตใจจากนักจิตวิทยาของบ้านพักเด็กก่อนคาดว่าสัปดาห์หน้าจะประสานสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำเด็กรวมถึงเชิญาติ และผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งรอผลตรวจร่างกายของเด็กผู้เสียหายว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่หากพบมีการกระทำตามที่กล่าวหาก็ต้องขอหมายจับเพื่อตามจับตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

กองปราบบุกรวบปู่วัย 75 ลงมือขืนใจหลานตัวเอง หนีคดี 18 ปี

กองปราบปรามตามรวบชายวัย75หลังก่อเหตุข่มขืนหลานตัวเองหนีคดีนาน 18 ปี เจ้าตัวยืนกราน ปฏิเสธไม่ได้ทำ แค่เรียกไปดูทีวีในบ้าน

กองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายเสถียร (สงวนนามสกุล)อายุ75ปีซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสว่างแดนดินความผิดฐาน“หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพและกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” โดยจับกุมได้ที่ ริมถนน ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่26 ก.ย.2546ด.ญ.เอ (นามสมมุติ)ผู้เสียหายในขณะนั้นอายุ11ปีได้ถูกนายเสถียรซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ล่วงละเมิดทางเพศโดยข่มขืนกระทำชำเราที่บ้านใน ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

โดยก่อนเกิดเหตุนายเสถียรซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัยอยู่ที่กรุงเทพฯได้เดินทางกลับมาที่บ้านของตนที่่จ.สกลนครและเด็กหญิงเอได้พักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันจึงได้มาวิ่งเล่นและเข้าไปนั่งดูทีวีในบ้านของนายเสถียร

ขณะนั้นนายเสถียรได้อยู่กับเด็กหญิงเอเพียงลำพังจึงหลอกล่อให้เด็กหญิงเอเข้าไปในห้องนอน และจะให้เงินค่าขนมจำนวน40บาทเด็กหญิงเอจึงหลงเชื่อเดินตามเข้าไปในห้องนอน ก่อนถูกปู่ของตนเอง ล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา

หลังจากนั้นผู้เป็นปู่ก็ได้ให้เงินกับเด็กหญิงเอตามที่ตกลงกันไว้และขู่ไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อแม่แต่ภายหลังจากเกิดเหตุเด็กหญิงเอได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อกับแม่เมื่อพ่อแม่รู้ก็ไม่ยอมจึงไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเมื่อนายเสถียรทราบว่าตนเองถูกแจ้งความจึงได้พยายามขอไกล่เกลี่ยเเต่พ่อแม่ของเด็กหญิงเอฯไม่ยอมนายเสถียรจึงหลบหนีออกจากพื้นที่

กระทั่งวันที่21มกราคม2564เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.5บก.ป.สืบสวนทราบว่านายเสถียรแอบเดินทางกลับมาที่บ้านพักของตนที่ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดินจ.สกลนครเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบเมื่อพบนายเสถียร อยู่บริเวณหน้าที่พัก จึงได้เข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สว่างแดนดิน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามนายเสถียรให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเอแต่อย่างใดซึ่งในวันเกิดเหตุตนเองกลับมาที่บ้านในจ.สกลนคร จริง และเห็นเด็กหญิงเอซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานวิ่งเล่นอยู่จึงเรียกให้ไปนั่งดูทีวีภายในบ้านและให้เงินไปกินขนมโดยตนเองไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงเอแต่อย่างใด

สาวโรงงานดิ้นรนหนี หวิดถูกคนขับรถรับ-ส่งพนักงานข่มขืน อ้างหน้าเหมือนแฟนเก่า

สาวโรงงานหวิดถูกคนขับรถรับ-ส่งพนักงานข่มขืนกลางทาง หนีมาได้เพราะขัดขืนและไหวพริบดี ผู้ก่อเหตุอ้างเหยื่อหน้าเหมือนแฟนเก่า

(17 ต.ค.64) เมื่อเวลา 23.00 น. พ.ต.ท.ศรัณยพงศ์ อังคะนาวิน สารวัตร(สอบสวน) สภ.บ้านบึง ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับ รถจักรยานยนต์ บนถนนสาย หนองชาก – พนัสนิคม ขาเข้าพนัสนิคม พื้นที่ หมู่ 3 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปที่ รพ.บ้านบึง เพื่อสอบถามผู้เสียหายที่กู้ภัยนำตัวมารักษา ทราบชื่อคือ นางสาวพิมพ์ อายุ 24 ปี ทางแพทย์ได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบมีร่องรอยแดงช้ำที่ลำคอ ทางแพทย์จะได้ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่ให้ผู้เสียหาย หายจากการตกใจกลัวก่อน

สอบถามนางสาวพิมพ์ให้การว่า ตนเองทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 2 ต.หนองชาก บ้านบึง ชลบุรี เพิ่มจะเริ่มงานได้เพียง 3 วัน เลิกงานประมาณ 19.00 น. ได้นั่งรถรับส่งคนงานมากับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชายอีกคน มุ่งหน้าเพื่อจะกลับบ้านพักในเขตอำเภอพนัสนิคม เป็นรถรับส่งยี่ห้อเชฟโลเลตสีขาว ทะเบียนทราบภายหลัง ฒท 7884 กทม. คนขับไม่ทราบชื่อ เนื่องจาก 3 วันที่ผ่านมานั่งรถกลับบ้านไม่ซ้ำคัน ระหว่างเดินทางกลับบ้านคนขับได้จอดส่งเพื่อนพนักงานลงระหว่างทาง เหลือเพียงตนเองที่นั่งอยู่ท้ายรถคนเดียว

ต่อมาคนขับได้ลงมาหาตนเองที่ท้ายรถ และดึงผ้าใบกันฝนปิดท้ายรถ เข้ามานั่งใกล้ตน พยายามอนาจาร ตนจึงดิ้นรนวิ่งลงจากรถเข้าไปป่าหญ้าข้างทาง โดยตนเองดิ้นรนต่อสู้จนกระทั่งผู้ก่อเหตุหมดแรง และบอกว่าพอแล้วไม่ทำแล้ว จากนั้นจึงพาตนเองขึ้นมาจากป่าหญ้าข้างทาง พาไปนั่งหน้ารถคู่คนขับและบีบคอแต่ตนก็ออกอุบายจนผู้ก่อเหตุยอมใจอ่อน ขับรถพากลับบ้าน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุพยายามหว่านล้อมให้ตนเองอย่าแจ้งตำรวจเอาเรื่อง ตนเองจึงขอร้องให้จอดรถเพื่อมาหาโทรศัพท์ที่หายไปคิดว่าตกหล่นที่ท้ายกระบะ จนกระทั่งมาถึงทางโค้ง รถที่ผู้ก่อเหตุขับได้ชนกับรถ จยย.ของกู้ภัยฯ ที่จอดอยู่ข้างหน้า ตนเองจึงอาศัยจังหวะทีเผลอเปิดประตูวิ่งลงจากรถ ขอความช่วยเหลือ กระทั่งกู้ภัยและพลเมืองที่ช่วยไว้ทันส่วนคนขับรถคันก่อเหตุได้ขับรถย้อนซ้อนหลบหนีไปทางหนองชาก อ.บ้านบึง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นหาข้อมูลและประวัติของผู้ก่อเหตุจนทราบแน่ชัดว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน จึงได้ไปตามควบคุมตัวมาได้ที่หน้าโรงงานแห่งหนึ่ง ทราบชื่อคือนายสรกรช อายุ 30 ปี มารับงานพาร์ทไทม์แทนรถประจำทางขับรถส่งพนักงาน โดยนายสรกรช คนก่อเหตุได้เผยอ้างว่า ตนคิดว่านางสาวพิมพ์ เป็นแฟนสาวของตนเอง จึงเข้าไปนั่งข้างๆ เข้าใจว่านางสาวพิมพ์ คงตกใจจากนั้นจึงพยายามดิ้นหนี ตนเองก็ได้เอ่ยปากขอโทษ แต่ก็ถูกนางสาวพิมพ์ลดาตบตีและหลบหนี ตนเองก็ตามไปพาตัวกลับมาขึ้นรถ ก่อนที่จะมาชนกับรถ จยย.ของกู้ภัยฯที่จอดอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นที่แขนเป็นเพราะอะไร และลำคอของผู้เสียหายมีร่องรอยได้บีบหรือไม่ทางนายสรกรช กลับอ้ำอึ้ง ยังไม่ยอมรับสารภาพ แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าบีบคอจริงแต่ไม่ได้บีบแรง พอสอบถามเรื่องฉุดจริงหรือไม่กลับนั่งนิ่งไม่ยอมตอบ

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้ทางตำรวจนำตัวนายสรกรช ไปตรวจหาสารเสพติดพบมีฉี่สีม่วง และตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่ามีประวัติเกี่ยวกับคดีบุกรุก และลักษณะคล้ายกันกับครั้งนี้ที่ สภ.หนองหิน จังหวัดเลย จึงได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ufabet

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *