อาทิตย์. ก.ย. 26th, 2021

เด็กอัฟกัน 6 คน-ครอบครัว ดับสังเวยโดรนสหรัฐ ขณะยิงสกัดรถขนระเบิดก่อคาร์บอมบ์

เด็กอัฟกัน เด็ก 6 คน และสมาชิกครอบครัวอีก 3 คน เสียชีวิต หลังจากโดรนของสหรัฐยิงทำลายรถยนต์คันหนึ่งของกลุ่มไอซิส-เค ที่จอดไว้ใกล้สนามบินกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน

สำนักงานบัญชาการกลางสหรัฐ เผยเมื่อวันอาทิตย์ (29 ส.ค. 64) ว่าการโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเป็นสมาชิกกลุ่มไอซิส-เค ที่เชื่อว่ากำลังจะก่อระเบิดฆ่าตัวตายด้วยรถยนต์อีกครั้ง และสหรัฐเชื่อว่ารถยนต์คันนี้และสมาชิกกลุ่มดังกล่าวเป็นภัยอย่างยิ่งเป็นภัยอย่างยิ่งต่อสนามบินกรุงคาบูล

เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มไอซิส-เค ก็ก่อคาร์บอมบ์แล้วครั้งหนึ่งใกล้สนามบินกรุงคาบูล ในช่วงที่มีคนไปออกันเข้าไปเพื่ออพยพออกนอกประเทศหนีกลุ่มตาลิบันทึ่ยึดประเทศอัฟกานิสถานสำเร็จ ซึ่งการระเบิดครั้งนั้นทำให้ทหารสหรัฐเสียชีวิต 13 นาย

สำนักข่าวเดลิเมล จากสหราชอาณาจักร รายงานว่า การโจมตีของสหรัฐด้วยโดรนครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เด็ก 6 คนนั้นและครอบครัวเสียชีวิตโดยตรง แต่เมื่อโดรนยิงไปที่รถยนต์ต้องสงสัยแล้ว ระเบิดที่อยู่ภายในรถยนต์ก็ระเบิดขึ้น จนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลังที่อยู่ติดกันได้รับผลกระทบเต็มๆ

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น จากสหรัฐ รายงานว่า ผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตเผยกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่ทำงานกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า ครอบครัวที่เสียชีวิตเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่กลุ่มไอซิส แล้วสถานที่ที่เสียชีวิตก็เป็นบ้านของพวกเขาเอง

เพื่อนบ้านอีกคนกล่าวว่า เพื่อนบ้านคนอื่นๆ พยายามดับไฟที่ไหม้บ้านจากการโจมตีดังกล่าว แต่ก็เห็นว่ามี 5-6 คน เสียชีวิต คนที่เป็นพ่อกับเด็กชายกับเด็กคนอื่นอีก 2 คน ตายหมด ร่างกายแหลกสลาย ส่วนอีก 2 คนมีแผลเหวอะหวะ

ด้านกองทัพสหรัฐยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ (29 ส.ค. 64) ว่าการโจมตีดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเป็นชาวบ้านทั่วไปด้วย

นาวาเอก บิล เออร์แบน โฆษกสำนักงานบัญชาการกลางสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ที่มีใจความว่า ถ้าหากกองทัพสหรัฐไม่ดำเนินการเช่นนั้น ก็อาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่เกิดขึ้นก็ได้

“เรารู้ว่ามีการยิงระเบิดครั้งใหญ่และมีผลตามมาที่รุนแรง เพราะเราต้องทำลายยานพาหนะที่เชื่อได้ว่ามีวัตถุระเบิดปริมาณมากซ่อซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งถ้าเราไม่ทำลายเสียก่อน ก็จะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมมากกว่านี้ และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น และเรากำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่”

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *