พฤหัส. ก.ย. 23rd, 2021

เรื่องย่อของ Walter Mitty ชีวิตอัศจรรย์ ความฝัน ความจริง
ตอนภาพยนตร์เรื่อง “The Secret Life of Walter Mitty” ได้เข้ามาฉายในไทยใหม่ ๆ ก็ได้ยินสปอยล์มาจากคนที่ไปดูแล้วว่าเป็นหนังที่จะทำให้ทุกคนทิ้งสิ่งที่เป็นอยู่ในโลกทำงานปัจจุบันเพื่อตามหาความฝัน เพื่อจะได้เจอกับโลกใหม่ที่น่าสนุกกว่า ดั่งตัวละครที่ก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ ที่เคยเป็น เพื่อไปปีนเขา เดินป่า เหมือนจะไปใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองรัก เป็นความฝัน.. แต่มันไม่ใช่ ดูผิดหมดเลย

ด้วยความที่ชื่อเข้าไทย ใช้คำว่า Walter Mitty ชีวิตอัศจรรย์ ความฝัน ความจริง มันยิ่งทำให้ความเข้าใจทุกอย่างของคนที่ยังไม่ได้ดู คาดหวังไปผิดหมด ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ว่าผู้ชายคนนี้จะกระโดดออกจากชีวิตเดิม ๆ เพื่อไปตามความฝันเลย สิ่งที่เขาทำไป มันคือการก้าวออกไปตามธรรมชาติ ตามโลกที่เปลี่ยนแปลง จากสื่อสิ่งพิมพ์ ก้าวสู่ โลกที่คนต้องการหาแรงบันดาลใจ ซึ่งตัวพระเอกเอง ไม่ได้ตามหาแรงบันดาลใจ แต่ช่างภาพคนที่เขากำลังไปตามตัวต่างหาก เป็นคนจุดแรงบันดาลใจให้แก่คนทั้งโลก

เรื่องมีอยู่ว่า พระเอก ทำงานเป็นคนล้างฟิล์ม ที่ สำนักพิมพ์นิตยสาร LIFE ซึ่งนิตยสารฉบับนี้มีอยู่จริงตั้งแต่สมัยยุคแท่นพิมพ์แบบโบราณ (ตามประวัติศาสตร์ที่เป็นความจริงนั้น ตัวบรรณาธิการและช่างภาพนิตยสารฉบับนี้ก็เคยมาทำคอลัมน์เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ด้วย) ในภาพยนตร์เผยว่า นิตยสารฉบับนี้กำลังจะปิดตัวเนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ผู้คนหันไปอ่านข่าวสารออนไลน์แทน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงไว้หนวดคนใหม่ มาวางแผนบริหารเพื่อขับไล่พนักงานเก่า ๆ ออก และจะเหลือเพียง 7 – 8 คน เพื่อพิมพ์ปกสุดท้ายเท่านั้น

พระเอกเป็น 1 ในกลุ่มคนสุดท้ายที่ต้องอยุ่พิมพ์นิตยสารให้เสร็จ โดยที่เขาได้รับของขวัญเป็นกระเป๋าสตางค์หนัง สลักคำที่สวยงาม เกี่ยวข้องกับการเดินทางรอบโลกของช่างภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ล้างฟิล์มเอง ไม่เคยเดินทางออกไปไหนเกินกว่าบ้าน และ ออฟฟิศของเขาเลย

ซึ่งช่างภาพคนนี้บอกว่าให้ใช้ภาพหมายเลข 25 ในฟิล์ม เพื่อเป็นภาพปก.. แต่พระเอกของเรากลับหาภาพนั้นไม่เจอ เพราะมันไม่มีอยู่ในอัลบั้ม

ผู้ที่รับบทเป็นพระเอก คือ Ben Stiller ปัจจุบันอายุ 52 ปี ตอนที่เล่นภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะอายุประมาณ 45 ปี ซึ่งก่อนที่จะมาเป็น Walter Mitty ในปี 2013 เคยเป็นภาพยนตร์เก่าในยุค 1947 มาแล้ว ซึ่ง Mitty ในภาคนี้ เปิดตัวมาทำให้เบนดูแก่ และ เนิร์ดมาก ๆ ผิดลุคของ เบน สติลเลอร์ จาก Night at the Museum มาก ๆ

และจุดเปลี่ยนที่ทำให้พระเอกได้ต้องเดินทางไปรอบโลกขนาดนั้น ไม่ได้มาจาก Inspiration แต่อย่างไร แต่มาจากพนักงานแม่หม้ายสาวฝ่ายบัญชีที่เข้ามาทำงานใหม่ เธอสมัครเล่นแอปฯ หาคู่ทาง Internet ซึ่ง Mitty ก็โสด มีแค่แม่กับน้องสาวที่เป็นนักแสดงละครเวที พระเอกของเราอยากหาเรื่องคุยกับสาว ก็เลยเข้าไปทักดักทางด้วยวิธีที่ถามว่า คุณพอจะช่วยผมได้ไหมว่าเช็คเวลาสั่งจ่ายช่างภาพคนนี้ส่งไปที่ไหนบ้าง เพราะเขาต้องการตามหารูปเบอร์ 25 นี้ แต่ช่างภาพคนนี้ไม่มีจดหมาย ไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือกระทั่งอีเมล (ทุกคนจะติดต่อเขาได้ทางช่องทาง ไปรษณีย์ เท่านั้น)

นางเอกของเรื่องนี้เป็นแม่หมายสาวอายุประมาณ 30 กว่า ๆ และมีลูกชายวัยประมาณ 10 ขวบ กำลังชื่นชอบเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของ Mitty ที่ถนัดสอนเจ้าตัวน้อยได้หลายท่า จนทำให้เด็กชายทึ่ง และความสามารถทางสเก็ตบอร์ดนี้ทำให้ Mitty ดูเท่ห์ตลอดทั้งเรื่อง

พระเอกจึงเอาฟิล์ม Negative ภาพอื่น ๆ ไปล้าง เพื่อตามหาเบาะแสว่าช่างภาพคนนี้อยู่ที่ไหน พื้นที่ล่าสุดที่คาดเดาว่าเขาจะอยู่คือ Green Land กับ Island โดยจุดเชื่อมต่อให้เรื่องนี้สนุกไปด้วยกันกับคนดูก็คือ การที่ Mitty ไม่ค่อยมีเพื่อน เขาโทรไปที่เว็บไซต์หาคู่เพื่อหาวิธีกดหัวใจ ♥ ให้สาว ดูหนังออนไลน์ฟรี

แต่ด้วยความที่เขาปล่อย Filter ให้ Blank ไปหลายข้อ ทำให้ Profile ของเขาไม่เป็นที่สนใจ คนอะไรเป็นพนักงานบริษัท ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายล้างฟิล์มเนกาทีฟ ที่ไม่ค่อยมีคนทำแล้ว แถมยังอายุเยอะ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แถมยังเป็นพวกเนิร์ดที่บางทีก็เหม่ออยู่นิ่ง ๆ กับตัวเอง เป็นพวกมโน.. (ใครเห็นโปรไฟล์แบบนี้พิจารณาแล้วก็ดูจิต ๆ นะ)

พระเอกเองจะคุยโทรศัพท์อยู่เสมอ และระหว่างที่ต้องอัพเดทข้อมูลใน Profile จากตอนแรกที่ไม่มีอะไรเลย เขาอยากทำตัวให้สาวสนใจ จึงคำนวณเงินเก็บ เดินออกจากออฟฟิศ จองตั๋วไป ไอซ์แลนด์ สุดท้ายก็เดินทางไปทั้ง 2 ประเทศ โดยการเดินทางครั้งแรก ต้องเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ขนส่งไปรษณีย์ ที่เมาจนไม่รู้ว่าจะขับแล้วรอดไหม?

หลังจากกระโดดขึ้นเฮลิคอปเตอร์แล้ว การผจญภัยถือว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนั้นเขาต้องกระโดดลงเรือ ซึ่งความจริงต้องกระโดดให้ลงไปยังเรือยางรับไปรษณีย์ หรือ เรือลำใหญ่ แต่เขาเลือกที่จะลงน้ำ ปรากฎว่าของที่ฝากส่งไปยังช่างภาพก็หล่นลงทะเลไป นั่นดันเป็นตัวแปรสำคัญคือ ชิ้นส่วนทรานซิสเตอร์ ดังนั้นเขาก็ยิ่งติดต่อกับช่างภาพไม่ได้ไปกันใหญ่

สิ่งที่เหลือติดตัวก็คือเสื้อผ้าชุดเนิร์ด ๆ ที่เอามาชุดเดียว กับกระเป๋าเอกสารที่ใส่ฟิล์มที่ล้างแล้วมาด้วย กับโทรศัพท์มือถือ เขาก็เล่าเรื่องให้กับเว็บไซต์หาคู่ฟังเพื่ออัพเดทช่อง Profile ซึ่งเริ่มแรกเจ้าของเว็บก็ไม่เชื่อเช่นกัน

หลังจากนั้นเขาก็ต้องเดินทางต่อไปอีก ไปยังประเทศที่มีประชากรเพียงไม่กี่ 100 คน และผู้เขาไฟกำลังจะระเบิด โชคดีที่ในกระเป๋ามีของเล่นตุ๊กตายางโง่ ๆ ที่น้องสาวเขาให้มาตอนเช้าก่อนเข้าไปทำงาน ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าจะพกมันออกเดินทางมาด้วย เขาแลกของสิ่งนี้กับสเก็ตบอร์ดของเด็กพื้นเมือง เพื่อใช้แทนจักรยานที่มีคันเดียวในเกาะซึ่งเขาเพิ่งทำมันพังไป หลังจากนั้น Mitty ก็ใช้เทคนิคชั้นเทพในการเดินทางไปตามเส้นทางเพราะคิดว่าช่างภาพคงกำลังจะขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองอื่นโดยเส้นทางนี้

ยิ่งตามหา ยิ่งไม่ใกล้เคียง และผิดเป้าหมาย เขาพบว่าเส้นทางที่กำลังไป คือ ภูเขาไฟท้องถิ่นกำลังจะระเบิด ชาวบ้านเจ้าของโรงแรมที่เขาถามทางนั้นต้องไปรับตัวเขากลับออกมา และเขาก็ต้องผิดหวัง หาฟิล์มนั้นไม่พบ และกลับไปยังออฟฟิศที่ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบว่าอะไรหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลง เขาอยากเล่าเรื่องนี้ให้สาวฟัง พอไปถึงหน้าบ้าน ดันไปเจอสามีเก่ามาเปิดประตู เขาจึงรู้สึกผิดหวัง และวางสเก็ตบอร์ดนั้นไว้ที่หน้าบ้าน แสร้งบอกว่าเอามาเป็นของขวัญให้แก่ลูกชายของหล่อน

เรื่องย่อของ เริ่มก้าวเข้าสู่ 20% หลังที่ใกล้จะจบ พนักงานหลายคนถูกปลดออกไปแล้ว รวมทั้งสาวบัญชีด้วย คนดูลุ้นว่า Mitty จะยังตามหาฟิล์มหมายเลข 25 อยู่ไหม เพราะตอนนี้นางเอกก็ดันกลับไปอยู่กับสามีเก่าแล้วซะงั้น Mitty คำนวณเงินในบัญชี คาดว่าเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่มีในชีวิต และเขาก็เลือกที่จะตามหาฟิล์มหมายเลข 25 ต่อ เพราะมันเป็นแก่นเดียวที่ทำให้เขาดูมีอะไรทำไประหว่างนี้

แม้ว่าลูกน้อง เพื่อนร่วมงานจะถูกไล่ออก รับเงินค่าจ้างไปแล้ว ตัวเขาเองก็ถูกไล่ออกเพราะว่าตามหาฟิล์มแผ่นนั้นไม่เจอ ตอนหลังมาพบข้อมูลจากแม่ของเขาว่า ช่างภาพได้มาที่บ้านเพื่อมาหาเขา และเบาะแสสุดท้ายก็คือ เขากำลังจะไปถ่ายรูปเสือดาวบนเทือกเขาหิมาลัย ความตลกร้ายของภาพยนตร์ คือ ช่างภาพต้องผ่านชนเผ่า คนป่า ข้ามเมืองไปในทางเถื่อน ๆ โดยใช้เค้กของแม่เขาเป็นตัวแลกเปลี่ยนตามคำแนะนำของช่างภาพนั่นเอง ฟังเท่านั้น Mitty ก็รีบเก็บกระเป๋าตามไป

สุดท้ายเขาก็ได้เจอกับช่างภาพที่กำลังซุ่มถ่ายภาพเสือดาวอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยนั่นเอง เรื่องทั้งหมดนี้เขาเล่าให้เจ้าของเว็บไซต์หาคู่ฟังมาโดยตลอด (ก็เพราะเขาไม่มีเพื่อน) และเจ้าของเว็บไซต์ก็แจ้งว่า ต้องขอโทษด้วย สาวคนนั้นยกเลิกบัญชีออกไปแล้ว พระเอกกำลังใช้ร่างกายในการปีนเขา ต้องจำกัดการใช้ออกซิเจน เรื่องราวทั้งหมดจบลงตรงที่ช่างภาพบอกว่า ฟิล์มเบอร์ 25 ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ที่ให้เป็นของขวัญ ซึ่ง Mitty ได้โยนทิ้งถังขยะไปแล้ว

เรื่องราวก่อนถึงตอนจบ ว่าจะ Happy Ending กับสาวฝ่ายบัญชีคนนั้นใหม่ ให้ไปติดตามดูกันเอง สุดท้ายแม่ของพระเอกเก็บกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจากถังขยะ และ พระเอกก็ไม่ได้ล้างฟิล์มนั้น แต่เอาไปให้กับเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ บอกว่าอยากล้างก็เอาไปล้างเอง .. ซึ่งเขาก็ไม่ได้เบิกค่าเดินทางที่เขาไปตามหาฟิล์มนั้น ซึ่งรวม ๆ แล้วน่าจะเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตที่มากกว่า 200,000 บาท แน่นอน

ชอบฉากที่พระเอกติด ตม. อยู่ที่บังคลาเทศ ออกมาไม่ได้ เข้าประเทศไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ให้ตามหาคนมาช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เขาเล่าเป็นความจริง ซึ่งคนที่มาเป็นผู้ยืนยันนั้นก็คือ เจ้าของเว็บไซต์หาคู่นั่นเอง.. ที่มาบอกว่าตอนนี้โปรไฟล์ของ Mitty นั้นได้หลายดาว ทำให้คนเข้ามาอ่านเว็บทะลุยอด ทำให้ Mitty กลายเป็นหนุ่มที่ Hot มาก ในเวลานี้

สำหรับผู้เขียน เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตการทำงาน เหมือนให้สะท้อนดูว่าอะไรคือสิ่งที่เป็น Passion ให้เราอยากมาทำงานทุกวันจริง ๆ รวมถึง การดูแลชีวิตครอบครัวให้ไปได้ดีอีกด้วย ..

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *