พุธ. ก.ย. 22nd, 2021
4 ข้อ
4 ข้อ

4 ข้อ สำหรับคนอยากมีบ้านต้องเตรียมพร้อม ก่อนจะสร้างบ้านใหม่ เป็นเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่อันล้ำค่า เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงมีบ้านในฝันของตัวเอง

1. ความต้องการในด้านต่าง ๆ

ก่อนที่จะใช้บริการรับสร้างบ้านสักหลัง หรือจะเป็นการเลือกซื้อบ้านในโครงการขายบ้านพร้อมที่ดินก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือ ความต้องการของตัวเอง ว่าต้องการอะไรบ้าง อยากสร้างบ้านหลังใหญ่แค่ไหน จำนวนสมาชิกในครอบครัวมีกี่คน ห้องนอนกี่ห้อง ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกใหญ่แค่ใหน ห้องน้ำจำนวนเท่าใหร่ ฯลฯ มีความต้องการบ้านสไตล์ใหน ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหายหลายสไตล์ เช่น สไตล์ Modern Style ซึ่งเป็นแบบบ้านที่นิยมสร้างกัน  Loft Style Contemporary Style หรือ Vintage เป็นต้น

เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองแล้ว ก็ค่อย ๆ เก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องการ อาจรวบรวมเก็บข้อมูลได้จากโครงการบ้านตัวอย่าง นิตยสารบ้าน ศึกษาจากอินเตอร์เน็ต หรือออกไปดูตามสถานที่ชอบ แล้วค่อย ๆ เก็บเป็นข้อมูลนำมาสรุป เพื่อให้ผู้ออกแบบสามารถออกแบบบ้านในฝันออกมาให้ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุด

2. วางแผนงบประมาณ

 

สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ๆ หากคิดจะสร้างบ้านใหม่สักหลัง ก็คือ เรื่องของงบประมาณ ว่าจะต้องเตรียมงบประมาณไว้เท่าไหร่ ถึงจะพอกับบ้านที่ต้องการ ซึ่งงบประมาณที่ต้องเตรียมควรจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

2.1 งบประมาณถมดิน

ก่อนที่จะสร้างบ้านใหม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อน ก็คือที่ดินของเรา  อันดับแรกต้องดูก่อนว่าที่ดินที่เรามีอยู่นั้น จำเป็นต้องถมดินเพื่อปรับระดับพื้นหรือไม่ เพราะการถมดินถือเป็นรากฐานที่สร้างความมั่นคงให้กับบ้าน หากดูแล้วไม่จำเป็นต้องปรับต้องถมก็เริ่มจัดการขั้นตอนต่อไปได้ แต่หากประเมินดูแล้วว่า  ที่ดินของเรานั้นระดับพื้นดินไม่สม่ำเสมอ หรือที่ดินค่อนข้างต่ำ อาจเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมได้ ก็ควรต้องถมดิน 

ซึ่งการถมดินนั้น อาจจะถมสูงกว่าถนนคอนกรีต หรือถนนลาดยางหน้าบ้านเราประมาณ 50 ซม. แต่ถ้าหากถนนหน้าบ้านเรานั้นเป็นถนนดินแดงไม่มีถนนคอนกรีต หรือถนนลาดยางตัดผ่าน ก็อาจเพิ่มความสูงของระดับดินที่ถมเป็น 1 เมตร เพื่อเป็นการรองรับความสูงของถนนที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ซึ่งการถมแนะนำควรถมในหน้าแล้ง ไม่ควรถมดินหน้าฝน เพราะช่วงหน้าฝนจะทำให้การทำงานลำบาก และหาดินที่มาถมยาก ที่สำคัญคือยากต่อการบดอัดดินให้แน่นได้

2.2 งบประมาณสร้างบ้าน

การตั้งงบประมาณไว้สำหรับการสร้างบ้านนั้น ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการวางแผน ว่าเราจะสร้างบ้านแบบใหน ต้องการเนื้อที่บ้านขนาดเท่าไร สร้างกี่ชั้น ระบบภายในบ้านต้องการแบบใหน รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับผู้รับเหมาสร้างบ้าน เกรดวัสดุที่เราต้องการใช้ในการก่อสร้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ค่าใช้จ่ายสอดคล้องต่อความต้องการของเรา

สำหรับใครที่มีความชอบเฉพาะตัว มีความต้องการบ้านที่ไม่ซ้ำใคร มักจะใช้บริการของสถาปนิกออกแบบ ก็อาจจะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกในการออกแบบ

2.3 งบตกแต่งภายใน

นอกจากจะค่าก่อสร้างบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมคือ ค่าตกแต่งภายใน อาทิ เฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบลอยตัวและบิวท์อิน  โคมไฟตกแต่ง ฯลฯ รวมไปถึงค่าออกแบบภายใน และค่าช่างผู้รับเหมา งบประมาณในส่วนนี้จะมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนว่าต้องการเลือกใช้วัสดุสำหรับตกแต่งแบบใหน

การสร้างบ้านหนึ่งหลังนั้น หากมีการวางแผน และคำนวนงบประมาณในการปลูกสร้างได้ดี นอกจากจะได้บ้านที่ตรงต่อความต้องการแล้ว ปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลายที่จะเกิดขึ้นในภายหลังย่อมไม่เกิดขึ้น

3. เลือกแบบบ้านที่ต้องการ

งสำคัญที่จะทำให้บ้านตรงกับความต้องการ คือจะต้องมีแบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง แต่ละแบบก็จะมีรายละเอียดมากน้อยแตกต่างกัน ปัจจุบันมีแบบบ้านมากมายให้เลือก ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

3.1 แบบบ้านฟรี

การเลือกแบบบ้านฟรีก็จะช่วยลดงบประมาณในการก่อสร้างได้ เพราะไม่ต้องเสียค่าออกแบบบ้านให้กับนักออกแบบ ซึ่งสามารถหาได้จากสำนักงานเขตจะมีแบบบ้านของหน่วยงานโยธาไว้บริการฟรี หรือหรือจากเว็บไซต์อินเตอร์เน็ต แล้วค่อยหาผู้รับเหมาให้มาก่อสร้างให้ แต่ก็อย่าลืม ต้องมีวิศวกรออกแบบ และควบคุมงานลงชื่อในการยื่นขออนุญาตด้วย

3.2 แบบบ้านสำเร็จรูป

เป็นแบบบ้านที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ทั้งแบบแปลนบ้านและสไตล์หน้าตาบ้าน  ซึ่งแบบบ้านสำเร็จรูปจะประกอบไปด้วย แบบสถาปัตยกรรม ( ฟังก์ชั่นของอาคาร และรูปด้าน ) แต่อย่าลืมให้วิศวกร ออกแบบโครงสร้าง และลงชื่อในเอกสาร จึงจะสามารถนำไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้ ปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมาย หลายขนาด หลายสไตล์ แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้าน 100% เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ถูกออกแบบไว้แล้ว แต่สำหรับผู้ให้บริการบางบริษัทก็มีบริการปรับแบบบ้านให้ ทั้งนี้ก็เพื่อจะช่วยให้ได้แบบบ้านที่ตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้านนั่นเอง

และที่สำคัญ ก่อนจะตัดสินใจเลือกแบบบ้านสำเร็จรูป ต้องพิจารณาถึงลักษณะและขนาดของที่ดินด้วยว่า ที่ดินมีความกว้าง ยาวเท่าไร และมีลักษณะเป็นแบบใหน จะรองรับแบบบ้านที่เลือกได้ไหม (ต้องลงที่ดินได้โดยไม่ชิดจนผิดกฎหมายการยื่นขออนุญาต) ดังนั้นจึงพิจารณาเรื่องที่ดินที่มีอยู่ประกอบด้วย เพื่อจะได้เลือกแบบบ้านได้อย่างเหมาะสม

ทุกวันนี้แบบบ้านสำเร็จรูป ได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากช่วยประหยัดเวลาในการออกแบบ ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้บริการออกแบบใหม่ทั้งหมด เนื่องจากออกแบบครั้งเดียวแต่สร้างได้หลายครั้ง สามาถหาเลือกได้ทั่วไปจากบริษัทรับสร้างบ้าน-ออกแบบบ้าน

3.3 การออกแบบโดยสถาปนิก

คือจะเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดตามความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นพิเศษ สามารถตอบโจทย์ และตรงใจเจ้าของบ้านได้ในทุกมิติ บ้านที่ออกแบบโดยสถาปนิกจะเหมาะกับคนที่มีความต้องการบ้านที่ไม่ซ้ำใคร ทั้งในเรื่องรสนิยมความชอบ การดีไซน์ อยากได้ส่วนที่เฉพาะเจาะจง หรือมีข้อจำกัดเรื่องที่ดินในการปลูกสร้างที่ไม่สามารถรองรังแบบบ้านสำเร็จรูปได้

ที่สำคัญทุกครั้งก่อนที่จะทำการออกแบบ อย่าลืมแจ้งให้สถาปนิกทราบถึงงบประมาณที่จะใช้สร้างบ้านด้วย เพื่อให้สถาปนิกออกแบบบ้าน ให้สมดุลกับงบประมาณที่เราตั้งไว้

ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน จึงควรศึกษาพิจารณาเพื่อตัดสินใจว่าแบบใหนที่เหมาะสมและตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุด

4. หาผู้รับเหมาก่อสร้าง

หลังจากได้แบบแปลนบ้านและสไตล์บ้านแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ คือการหาผู้ที่จะมาสร้างบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ว่าเราจะเลือกผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดี? ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าท่านจะได้บ้านตรงตามความต้องการหรือไม่ ดังนั้นต้องคิดและพิจารณาให้เป็นอย่างดี 

การเลือกผู้รับเหมารายย่อย อาจจะสะดวกและประหยัดงบประมาณลงได้ แต่ควรที่จะพิจารณาหลายด้าน ไม่ใช่เพียงได้รับเสนอราคาต่ำสุดเท่านั้น

การเลือกผู้รับเหมารายย่อย ก็ต้องน่าเชื่อถือเป็นที่ไว้ใจได้ มีประสบการณ์ ฝีมือดี ที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบ และไม่ทิ้งงาน 

การเลือกผู้รับเหมาสร้างบ้าน เจ้าของบ้านจะต้องเป็นผู้ติดต่อดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือการขออณุญาติก่อสร้างนั่นเอง และที่สำคัญเจ้าของบ้านต้องมีความรู้เรื่องขั้นตอนการสร้างบ้านพอสมควร เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถแก้ไขปัญหา ที่อาจเกิดกับตัวบ้านได้ในอนาคต และไม่ปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลายในภายหลัง

จ้างบริษัทมืออาชีพ เป็นตัวเลือกที่มักนิยมกัน เพราะจะเข้ามาดูแล และดำเนินการทุกขั้นตอนจนบ้านสร้างเสร็จ จะมีมาตรฐานการทำงานที่เป็บระบบ มีบุคลากรที่ชำนาญฝ่ายต่าง ๆ อาทิ ช่าง วิศวกร สถาปนิก ทีมช่างที่ชำนาญมีประสบการณ์ และทีมงานด้านอื่น ๆ ไว้ค่อยให้บริการ นับว่าเป็นการบริการที่ครบวงจรจบทุกขั้นตอนในที่เดียว ตั้งแต่การให้คำแนะนำเรื่องแบบบ้าน การตรวจเช็กสภาพรอบๆ ของพื้นที่จากวิศวกร การขออนุญาติก่อสร้างกับภาครัฐ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสร้างบ้านตลอดจนถึงบ้านสร้างเสร็จ 

นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังสามารถรู้ถึงกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการก่อสร้าง ในส่วนงบประมาณก็จะเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก  จะไม่ค่อยมีปัญหางบประมาณบานปลาย ที่สำคัญ ยังมีการรับประกันทั้งระหว่างการสร้าง และหลังสร้างเสร็จ ยิ่งทุกวันนี้บางบริษัทก็มีการจัดโปรโมชั่น ทั้งส่วนลด ของแถม ฯลฯ เอาใจคนอยากมีบ้านแบบจัดเต็มกันเลย

สิ่งสำคัญก่อนเลือกจ้างบริษัท เจ้าของบ้านควรต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้น ๆ ก่อน อาจจะขอชมผลงานบ้านสร้างจริงที่เคยทำมา ถ้าเช็คให้ดีแล้วปัญหาก็จะเกิดน้อยลง และยิ่งถ้าบริษัทนั้นมีบ้านตัวอย่างเป็นของบริษัทเอง ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ มากกว่า  รับออกแบบบ้าน

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *