อาทิตย์. ก.ย. 26th, 2021
How to
How to

How to ปูพื้นกระเบื้องด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ตัวคนเดียวก็ทำได้แน่นอน ในบางครั้ง ภายในที่อยู่อาศัยของเราอาจจะเกิดการชำรุดของพื้นได้ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อย สำหรับพื้นกระเบื้อง ทั้งปัญหาที่เกิดมาจากยาแนวที่หลุดร่อน หรือการปูพื้นกระเบื้องที่ไม่เรียบเสมอกัน อันเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงการเสื่อมสภาพของกระเบื้อง ทั้งหมดนี้คือสาเหตุของการต้องเปลี่ยนกระเบื้อง ปูกระเบื้องใหม่ รวมไปถึงการอยากปรับเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้องต่าง ๆ ด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่อยากจ้างช่างมาปูพื้นให้ แต่อยากทำเองมากกว่า และในวันนี้  CondoNewb ก็ได้รวบรวมสารพัดวิธีปูกระเบื้องด้วยตัวเอง ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และทำอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

สิ่งที่เราต้องรู้ วิธีปูกระเบื้องด้วยตัวเอง

1. ปูกระเบื้องด้วยตัวเองควรปูที่ไหนในคอนโด

โดยปกติแล้ว เราจะแยกการใช้งานของพื้นในแต่ละห้องของคอนโดออกจากกันในกรณีที่มีการกั้นห้องแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งการปูกระเบื้องในคอนโดนั้นจะนิยมปูกระเบื้องใหม่กันในห้องครัว, ระเบียงและห้องน้ำเท่านั้น ซึ่งก็มีบ้างในบางกรณีที่เจ้าของห้องทำการเลาะพื้นลามิเนตที่คอนโดส่วนใหญ่ปูติดห้องมาให้ออก แล้วปูกระเบื้องด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มความรูหราแทน แต่ถ้าหากถามถึงความจำเป็นในการเลาะพื้นลามิเนตเพื่อปูกระเบื้องด้วยตัวเองนั้น ถ้าหากไม่ใช่ห้องครัวและห้องน้ำที่มีความชื้น หรือมีการใช้งานหนักเป็นประจำก็จะไม่แนะนำครับ เพราะวัตถุประสงค์ของการปูพื้นกระเบื้อง นอกจากความสวยงามหรูหราแล้ว ก็คือคุณสมบัติในการทำความสะอาดง่ายนั่นแหละ ซึ่งถ้าเป็นในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปูกระเบื้อง

 

2. ปูกระเบื้องด้วยตัวเองจะใช้วัสดุอะไร

อันนี้ต้องระวังนะครับ เพราะหลายคนที่จะปูกระเบื้องด้วยตัวเองจะไม่ทราบว่ากระเบื้องนั้นมีหลายประเภท และกระเบื้องแต่ละประเภทก็มีความเหมาะสมของการปูในพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น

 

ปูกระเบื้องด้วยตัวเองที่ระเบียง, ห้องน้ำ ควรใช้กระเบื้องเซรามิก

เซรามิกเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความแข็งแกร่ง อยู่ในห้องน้ำก็ทนน้ำ อยู่ที่ระเบียงก็ทนได้ทั้งน้ำทั้งแดด โดยกระเบื้องเซรามิก พื้นฐานก็คือกระเบื้องดินเผาครับ แต่เป็นกระเบื้องดินเผาที่อัพเกรดขึ้นมาอีกขั้นให้แข็งแรงขึ้น ดูดซึมน้ำน้อยลง โดยลวดลายก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบ ตั้งแต่ลายสวย ๆ ผิวมันเงา หรือจะเป็นแบบสากกันลื่นที่เหมาะกับการปูกระเบื้องห้องน้ำคอนโดก็มี

ปูกระเบื้องด้วยตัวเองในพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น ใช้เป็นวัสดุปูพื้นกระเบื้องไวนิล

กระเบื้องไวนิลนี่เห็นกันบ่อนเลยครับในโครงการคอนโดมิเนียมต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ ไอ้เจ้ากระเบื้องไวนิลเนี่ย ก็คือกระเบื้องยางนั่นแหละครับ แต่ด้วยเทคโนโลยีในการผลิตที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระเบื้องไวนิลในสมัยนี้เปลี่ยนไปมากจนแทบดูไม่ออก ซึ่งข้อดีของกระเบื้องไวนิลก็คือ ราคาถูก ทนน้ำได้ดี รับแรงกดได่ดี ซึ่งแน่นอนว่าทนได้ดีของพื้นลามิเนตแน่นอนเนื่องจากมีส่วนผสมของยางอยู่ นอกจากนี้ก็ยังทำความสะอาดได้ง่าย แถมไม่รู้สึกแปลก ๆ ถ้าจะเอามาปูพื้นกระเบื้องในห้องอื่น ๆ ของคอนโดอย่างเช่นห้องนั่งเล่นได้ เพราะลองคิดภาพเราเอากระเบื้องแบบที่อยู่ในห้องครัวมาปูในห้องนั่งเล่น ออกมาแล้วอาจจะแปลก ๆ ก็ลองไปดูแบบกระเบื้องลามิเนตดูได้ครับ

ปูกระเบื้องด้วยตัวเองในห้องครัว กับกระเบื้องแกรนิตโต้

กระเบื้อแกรนิตโต้ก็ทำมาจากหินที่เราคุ้นชื่อกันดีอย่างหินแกรนิตนั่นแหละครับ โดยแน่นอนว่าในเมื่อทำมาจากหิน คุณสมบัติที่โดดเด่นมากของกระเบื้องชนิดนี้ก็คือความทนทานนั่นเอง โดยวิธีการทำคือเอาหินแกรนิตมาป่นแล้วขึ้นรูปเป็นแผ่นด้วยความร้อน คล้าย ๆ กับการหลอมหินเลย ฉะนั้น นอกจากเรื่องความคงทนแล้ว ก็จะมีเรื่องของรูพรุนในกระเบื้องที่มีน้อยมาก ๆ จึงทำให้ตัดปัญหาเรื่องน้ำซึมไปได้เลย ก็จะเหมาะกับห้องครัว ที่มีทั้งน้ำและของร้อนอยู่ด้วยกันนั่นเองครับ

3. ปูกระเบื้องด้วยตัวเองต้องรู้ขนาดของกระเบื้อง

จริง ๆ ขนาดของกระเบื้องมีเยอะมากนะครับ หลายคนคิดว่ามีแค่สี่เหลี่ยมด้านเท่า แต่ลองนึกดี ๆ ว่าเราเจอกระเบื้องรูปแบบไหนกันมาบ้าง ผมเคยเจอกระเบื้องที่เป็นแปดเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือแม้กระทั่วกระเบื้อจัดส่วนที่เป็นวงกลมมาแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าขนาดของกระเบื้องนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตายตัวครับ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องหรือช่างฝีมือเลยว่า ขนาดห้องเท่าไหน ควรจะปูกระเบื้องขนาดเท่าไหร่ ห้องใหญ่ กระเบื้องใหญ่ลายอลังการ ห้องเล็ก ก็อาจใช้กระเบื้องที่เล็กลงมา เพราะสุดท้ายแล้วหากกะขนาดได้พอดี ห้องที่คำนวณการวางกระเบื้องมาแล้วก็จะไม่ต้องมีการตัดกระเบื้องเพื่อปูในส่วนที่เป็นเศษของพื้นที่แต่อย่างใดครับ

4. ปูกระเบื้องด้วยตัวเองควรใช้กระเบื้องที่แผ่นดี

ปัญหาโลกแตกเลยสำหรับใครก็ตามที่คิดจะปูกระเบื้องด้วยตัวเองในคอนโด ด้วยความที่ในชีวิตนี้ก็ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งปูกระเบื้องกันบ่อย ๆ ฉะนั้นก็คิดไม่ออกหรอกว่าห้องขนาดเท่านี้จะต้องใช้กระเบื้องมากแค่ไหน และความอันตรายก็คือ ถ้าครั้งแรกซื้อมาไม่พอ แล้วไปซื้อใหม่ ถึงจะซื้อลายเหมือนเดิมเป๊ะ ๆ ก็เสี่ยงที่จะได้ของคนละล๊อต ซึ่งก็จะทำให้กระเบื้องของเรานั้นมีสีที่ต่างกันอยู่นิดหน่อย ตอนมองด้วยตาและยังไม่ได้ปูจะไม่สังเกตเห็น แต่พอได้ปูไปเมื่อไหร่แล้วจะรู้เลยครับว่าสีไม่เหมือนกัน โดยวิธีคำนวณปูกระเบื้องด้วยตัวเองคร่าว ๆ ก็คือ สมมุติห้องน้ำในห้องโดของเรามีขนาด 5 ตารางเมตร ให้คิดคร่าว ๆ ไปเลยว่า กระเบื้อง 1 กล่องในขนาดมาตรฐาน สามารถปูได้เต็มที่คือ 1 ตารางเมตร ดังนั้นก็ต้องใช้กระเบื้องประมาณ 5 กล่องในการปู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าซื้อมา 1 กล่องแล้ววางทุกแผ่นลงพอดีเป๊ะเลย ต้องเผื่อเอาไว้สำหรับงานตัดแปะและแก้ไขด้วย

วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปูกระเบื้องด้วยตัวเอง

ในวิธีการปูกระเบื้องด้วยตัวเอง เราจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  • แผ่นกระเบื้อง อันนี้ถ้าขาดไป ก็ไม่รู้จะต้องเริ่มกันอย่างไรเลยนะครับ ซึ่งกระเบื้องที่ต้องเตรียมก็เลือกชนิด ขนาด รวมถึงลวดลายและพื้นผิวตามหัวข้อด้านบน ๆ ได้เลยครับ
  • กาวซีเมนต์ กาวซีเมนต์ก็คือปูนกาวครับ จะใช้ยึดกระเบื้องกับพื้นนั่นเอง
  • กาวยาแนว กาวยาแนวก็คือปูนชนิดหนึ่งครับ คือให้คิดภาพว่าการปูกระเบื้อง
  • ถังผสมปูน อาจจะใช้เป็นถังน้ำสแตนเลสหรือถังเหล็กเล็ก ๆ ก็ได้ ใช้ในการผสมปูนกาวเข้ากับน้ำ
  • เกรียงหวี เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปาดปูนกาวให้เรียบไปกันพื้น ซึ่งเกรียงหวีจะมีหน้าตาคล้าย ๆ กับไม้พายสี่เหลี่ยมครับ

วิธีปูกระเบื้องด้วยตัวเอง

เมื่อเราเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาแสดงฝีมือ ซึ่งวิธีปูกระเบื้องด้วยตัวเองสามารถทำได้ง่าย ๆ ใน 7 ขั้นตอนดังนี้

1. คำนวณพื้นที่

การปูกระเบื้องด้วยตัวเองขั้นตอนนี้เหมือนเล่นบทบาทสมมุติครับ โดยวิธีการคือ ให้เราเอากระเบื้องที่ซื้อมาวางเรียงลงไปบนพื้นที่จริงเพื่อกะขนาดของพื้นที่ก่อนปู ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมชัดเจนว่าตรงไหนที่ปูได้ ตรงไหนที่มีปัญหา จะได้แก้และปรับขนาดกันก่อนลงมือปูจริง ซึ่งถ้าหากปูไปแล้วจะแก้ไขได้ยากครับ

 

2. ผสมปูนตามสัดส่วนที่เหมาะสม

การปูกระเบื้องด้วยตัวเองตรงนี้อาจต้องลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่เท่าที่ทราบคือการผสมปูนกาวต้องใส่น้ำให้พอเหมาะ ปูนกาวต้องมีความหนืดที่พอดี ระวังอย่างใส่น้ำเยอะเกินไปจนปูนกาวเหลวครับ ซึ่งปูนกาวแต่ละยี่ห้ออาจมีสูตรที่ไม่เหมือนกัน ลองสอบถามคนขายก็ได้ครับ

 

3. เทปูนลงพื้นบริเวณที่จะปูกระเบื้อง

การปูกระเบื้องด้วยตัวเองขั้นตอนนี้ค่อนข้างยาก เพราะเมื่อเทปูนกาวลงบนพื้นที่จะปูกระเบื้องแล้ว ต้องทำให้ปูนกาวนั้นเรียบเสมอกันทั้งหมด เพราะหากไม่เสมอเพียงแค่นิดเดียว กระเบื้องแผ่นที่อยู่บริเวณที่ปูนกาวไม่เรียบจะแตกหักได้ง่ายมาก ๆ

 

4. วางแผ่นกระเบื้องลงไปตามตำแหน่งที่กำหนด

มาถึงขั้นตอนปูกระเบื้องด้วยตัวเองที่ต้องอาศัยทักษะเเละความปราณีตค่อนข้างมาก วิธีการก็คือ เมื่อปูนกาวของเราเรียบเสมอกันดีทั้งพื้นที่เเล้ว ให้เราค่อย ๆ วางแผ่นกระเบื้องลงไปช้า ๆ ทีละแผ่น โดยแต่ละแผ่นนั้นต้องมีช่องว่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 มิลิเมตร ซึ่งขอย้ำว่า ห้ามน้อยกว่า 2 มิลิเมตรเด็ดขาดนะครับ

 

5. เช็ดคราบปูนที่ติดกระเบื้องออกให้หมด

ในขั้นตอนการปูกระเบื้องด้วยตัวเองแน่นอนว่าอาจจะมีเศษปูนกาวกระเด็นเลอะเทอะบ้าง ให้ทำการเช็ดออกหลังจากปูกระเบื้องเสร็จทันที มิเช่นนั้นปูนกาวจะเเข็งตัวเเละเช็ดออกได้ยาก จากนั้นก็ให้ทิ้งไว้ปรมาณ 18 – 20 ชั่วโมง เพื่อให้ปูนกาวแห้งและยึดกระเบื้องทุกแผ่นกับพื้นได้อย่างสนิทดีครับ

 

6. เทปูนยาแนวตามช่องว่างระหว่างพื้นกระเบื้องให้เรียบร้อย

การปูกระเบื้องด้วยตัวเองขั้นตอนสุดท้าย จากการถามช่างมาคือขั้นตอนที่สนุกที่สุด การเทปูยาแนวกระเบื้องให้ค่อย ๆ ใช้ปูนยาแนวเทไปตามร่องกระเบื้องที่เราเว้นว่างเอาไว้ 2 มิลิเมตรนั่นแหละ โดยคอยดูให้ยาแนวเสมอกันตลอดทั้งเส้น จากนั้นก็ทิ้งไว้ให้แห้ง เป็นอันเสร็จครับ อ๋อ แล้วก็อย่าลืม เช็ดคราบปูนยาแนวหลังจากเทปูนยาแนวเสร็จก่อนมันจะเเห้งด้วยนะ

วิธีการปูกระเบื้องด้วยตัวเองที่นิยม

สำหรับวิธีปูกระเบื้องด้วยตัวเองนั้นจะมีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งนิวบ์ได้รวบรวมวิธีการปูพื้นกระเบื้องที่เหล่าช่างนิยมทำกัน พร้อมด้วยข้อดีและข้อเสียของวิธีการปูพื้นกระเบื้องในแต่ละแบบ ดังนี้ครับ

1. การปูกระเบื้องแบบซาลาเปา

ปูกระเบื้องด้วยตัวเองแบบซาลาเปา พูดชื่อแล้วก็หิวขึ้นมาเลย เป็นประเภทของการก่อสร้างที่ชื่อแปลกมา โดยวิธีการก็คือ ต้องทำให้กระเบื้องอิ่ม อะ ๆ อย่าเพิ่งทำหน้างง การทำให้กระเบื้องให้อิ่ม ก็คือการเอากระเบื้องไปแช่น้ำนั่นเองครับ จากนั้นพอนำแผ่นกระเบื้องขึ้นมา ความซาลาเปามันอยู่ที่ ให้เอาปูนซีเมนต์ที่ผสมน้ำแล้ว มาพอกที่หลังกระเบื้องให้เป็นก้อนกลม ๆ แล้วแปะกระเบื้องลงไปบนผนัง จากนั้นค่อยใช้ค้อนยาง ทุบ ๆ เคาะ ๆ เพื่อเกลี่ยให้ปูนหลังกระเบื้องนั้นกระจายออก จนกระเบื้องนาบลงไปบนผนังในระดับที่เราต้องการครับ

  • ข้อดี เหมือนเป็นทางลัดของการปูกระเบื้องเลยแหละ
  • ข้อเสีย เกิดปัญหากระเบื้องหลุดได้ง่าย เพราะว่าปูนด้านหลังจะไม่เต็มแผ่นกระเบื้องนั่นเอง
2. การปูกระเบื้องแบบเปียก

ปูกระเบื้องด้วยตัวเองแบบเปียก ก็คือการนำปูนซีเมนต์ ทราย น้ำ มาผสมกันให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะ และฉาบลงไปบนพื้นพร้อมกับการปูกระเบื้องไปเลย โดยวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ช่างฝีมือในไทยนิยมใช้กันมากทีเดียวครับ

  • ข้อดี เป็นวิธีที่สะดวก และช่างถนัด
  • ข้อเสีย ข้อเสียจะเป็นในเรื่องของส่วนผสมระหว่าง ปูน ทราย และน้ำ โดยถ้าเกิดมีสัดส่วนใดที่มากหรือร้อยเกินไป จะทำให้กระเบื้องมีโอกาสหลุดร่อนได้ง่ายมาก ฉะนั้นต้องระมัดระวังในขั้นตอนของการผสมปูนให้ดีครับ
3. การปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ หรือปูนกาว

กาวซีเมนต์หรือปูนกาวนี่จริง ๆ คือวัสดุยึดติดครอบจักรวาลมากนะ เพราะในการปูกระเบื้องด้วยตัวเอง อาจมีบ้างที่เราต้องปูกระเบื้องลงบนพื้นผิวอื่นที่ไม่ใช่ซีเมนต์ เช่น ปูลงบน PVC หรือไม้ ซึ่งก็สามารถใช้ปูนกาวเพื่อยึดกระเบื้องเข้ากับพื้นผิวนั้น ๆ อย่างแพร่หลาย เพราะค่อนข้างสะดวกและมีค่าการยึดเกาะสูงที่สุดในหมวดวัสดุยึดเกาะทั้งหมด แถมปัญหากระเบื้องหลุดร่อนก็น้อยด้วย

ข้อดี

  • ค่าการยึดเกาะสูง
  • ไม่ค่อยมีปัญหากระเบื้องหลุดร่อน
  • สามารถใช้ปูทับบนพื้นผิวต่างๆ เช่น ซีเมนต์ คอนกรีต พลาสติก PVC ไม้แท้ ไม้เทียม กระเบื้องเก่า
  • มีอายุการใช้งานภายหลังผสมปูนได้ถึงประมาน 4 ชั่วโมง
  • ปรับแต่งแนวกระเบื้องได้ง่าย
  • มีกาวซีเมนต์ให้เลือกมากมายตามวัตถุประสงค์และชนิดของกระเบื้องหรือหินต่าง ๆ

ข้อเสีย

  • ช่างไม่ถนัด เพราะเป็นวิธีที่ต้องเรียนรู้ใหม่
  • ขั้นตอนมากกว่า เนื่องจากต้องเทพื้นหรือฉาบให้ได้ระดับจริง ๆ จึงจะปูได้ ออกแบบบ้าน

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *