อังคาร. ก.ย. 21st, 2021

WHAT THE FACT รีวิว Peninsula

Train to Busan: Peninsula รีวิว – การฉีกแนวที่เราคงไม่ติดใจอะไรนักหากมันทำให้สนุกได้ – ไม่กี่ปีก่อน Train to Busan สร้างเซอร์ไพรซ์ภลายเป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่ได้รับความนิบมอย่างสูง ด้วยการเดินเรื่องที่ยอดเยี่ยม สถานการณ์การเอาตัวรอดที่เข้มข้น รวมถึงการแสดงของกลุ่มนักแสดงที่นำมาโดยกงยู ทำให้ Train to Busan เป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่อุดมไปด้วยอารมณ์ต่างๆ มากมาย ทั้งระทึก ทั้งลุ้น และเรียกนํ้าตา ทั้งยังสะท้อนถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่อหังกาสร้างหนังซอมบี้ได้เวิร์ลคลาสขนาดนี้

แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรกับ Train to Busan ก็ขอให้วางไว้ตรงนั้นก่อนมารับชมPeninsulaเพราะแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดำเนินเรื่อง 4 ปีภายหลังจากเหตุการณ์ใน Train to Busan ทว่าด้วยธีมเรื่องที่ฉีกออกไป แนวทางที่แตกต่างจากเดิม ก็ทำให้มันแทบจะกลายเป็นเนื้อเรื่อง Stand Alone ไปโดยปริยาย ซึ่งการที่อยากแหวกตัวเองไปในอีกทางก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปมากมาย ในบางครั้งยังน่าสนใจกว่าเดิมด้วยซํ้าไป… ถ้าเพียงแค่ทำมันให้มีคุณภาพไม่ดรอปจากเดิมนักน่ะนะ…

Peninsulaเล่าเรื่อง 4 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Train to Busan

ที่เชื้อซอมบี้ได้แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ จนเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศรกร้างโดยสมบูรณ์ ชาวเกาหลีที่เหลือรอดและหนีออกมาได้ทันต่างก็กระจายไปอยู่ประเทศรอบๆ ทว่าก็กลายเป็นพลเมืองชั้นสองไปโดยปริยาย “จองซอก” อดีตทหารฝีมือดีของเกาหลีใต้ผู้เสียพี่สาวและหลานชายไปในช่วงอพยพ มีชีวิตไปวันๆ

อยู่ในฮ่องกง ก่อนได้รับการจ้างวานให้ไปขนเงินที่ประเทศเกาหลีใต้กลับมาเพื่อแลกกับค่าจ้าง 2.5 ล้านเหรียญดอลล่า แต่แน่นอนว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น

ช่วง 10 นาทีแรกผมว่ามันให้ความหวังกับคนดูใช้ได้ ฉากแอคชั่นเล็กๆ กับดราม่าการสูญเสียถูกสื่อสารออกมาได้สวยงามและสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย พลอยทำให้เรารู้สึกเนื้อเต้นว่าหลังจากนี้น่าจะมีอะไรมันส์ๆ ให้ดูกันตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วล่ะ… ครับ หลายๆ ครั้งการ “คิดไปว่า” มันก็เป็นเพียงความคิดเท่านั้นแหละ เพราะหลังจากตัวเริ่องเคลื่อนออกจากเกาะฮ่องกงกลับสู่เกาหลีใต้ก็ดันกลายเป็นว่าตัวหนังค่อยๆ ดรอปลงอย่างแช่มช้าทว่าต่อเนื่อง ดูหนังออนไลน์ฟรี

อย่างหนึ่งที่ Peninsula มีเหมือนกับภาคก่อนหน้าของมันคือเส้นเรื่องที่ตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อนและพอเดาทางได้ เอาง่ายๆ ว่าเนื้อเรื่องมันเรียบๆ แบนๆ นั่นแหละครับ เพียงแต่ Train to Busan สามารถทำให้มันดูสนุกและมีชีวิตชีวาได้มากกว่า Peninsula อยู่หลายช่วงตัวเท่านั้นเอง ซึ่งหากจะมีข้อเปรียบเทียบก็ขอแค่จุดนี้จุดเดียวแหละครับ เพราะอย่างไรเสีย Peninsula ก็มีแนวทางและธีมของตนที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน

เซ็ตติ้งเกาหลีใต้ภายหลังกลายเป็นประเทศร้างผู้คนและเต็มไปด้วยซอมบี้มันน่าสนใจมากนะครับ มันมีทั้งความดิบ ความคลั่ง และวิปริต ที่ดูไม่ใช่โลกมนุษย์ชอบกล ทำให้ผมรู้สึกนับถือความกล้าของอุตสาหกรรมหนังเกาหลีใต้อีกครั้งที่กล้าผลิตอะไรเวียร์ดๆ ออกมาให้ดูอย่างต่อเนื่อง มันคือความสวยงามและหลากหลายของศาสตร์ภาพยนตร์ แต่ก็นั่นแหละครับ อาหารจะดูแปลกตาและดึงดูดขนาดไหน ถ้ามันไม่อร่อยก็คือจบ ซึ่ง Peninsula เป็นแบบนั้นแหละ หนังพยายามจะแอคชั่นยิงกันระเบิดระเบ้อทั้งเรื่องแต่คือทำไม่ถึงสักส่วน

ฉากขับรถไล่ล่าที่อัด CG มาทั้งซีนก็ดูตื่นตาอยู่แต่เรารู้สึกได้ว่ามันขาดชีวิตชีวาและอารมณ์ร่วมอยู่ไม่น้อย ทำให้อารมณ์หนังในซีนนั้นที่พยายามเรฟเฟอร์เรนซ์ Mad Max มา กลายเป็นวอนนาบีในทางแย่ไปเลย ไอ้ความเดือดทะลักแบบ Fury Road นี่ไม่ใช่อะไรที่ลอกเลียนกันง่ายๆ จริงๆ

ที่เสียดายที่สุดคือตัวละคร “จองซอก” ของ คัง ดอง วอน ที่เปิดมาดูโคตรเก่ง

โคตรเทพ จนเรารู้สึกว่าหมอนี่แหละที่พร้อมจะแบกเรื่องด้วยแอคชั่นมันส์ๆ หากเอเลเมนต์อื่นๆ มันไม่เข้าท่า (ขอให้นึกถึงหนังอย่าง John Wick ที่พูดถึงทีไรก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงเนื้อเรื่องสักที มีแต่ความเทพเท่ของพระเอกล้วนๆ) ก็กลายเป็นว่าตัวละครพี่แกนี่แหละไม่เข้าท่าสุดเลย

จากตัวละครเก่งเทพดุดัน กลายเป็นค่อยๆ โดนเนิร์ฟระหว่างเดินเรื่อง การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ดูเชื่องช้าไปหมด ขัดกับความเด็ดขาดที่แสดงออกในช่วงแรกลี้ลับ แถมมุมกล้องและการถ่ายทำยังไม่ได้ช่วยเสริมให้แกดูเก่งขึ้นเลย มันธรรมดามากๆ เพลนเกินไปที่จะให้เรื่องใช้ชูโรงเสียด้วยซํ้า แต่พอลองคิดๆ ดูแล้วถ้าไม่เอาเรื่องแอคชั่นโปรโมต ก็ไม่รู้ต้องไปโบลด์ตรงไหนแล้วล่ะ

Another ending is trying to slow down in the drama scene in the hopes that it can boost the audience’s emotional turmoil. Is that the movie is full of zombies 4×100 ready to run and pounce on prey in every corner of the building. Or laying out the driving scenes for more than 30% of the movie, it makes the pace of the movie look very fast. Plus, the whole character should be vigilant all the time. decision making in critical situations It has to be fast to survive, right? But almost all the characters seem to be loaded, they have to think about what to do, whether they are children, women, adults, to soldiers who are as good as our hero. It turns out that in many The audience was more paranoid than the characters in the story. It looks so unhumanly that it’s unfortunate.

I honestly confess that Train to Busan is not my favorite movie. But I felt that it was a quality film in almost every way, while Peninsula’s self-destructive effort made me even more intrigued at first. But the quality of it is only half of the previous part. Really, the overall picture is not bad. Action is also acceptable. If you think about this universe, try to see it with your own eyes, it’s not bad. Maybe you will like it. But for me, Peninsula isn’t even a bad movie. but too ordinary in every way Its part makes me not really know which part to praise it.

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *