พฤหัส. ก.ย. 23rd, 2021

ลีห์ แวนเนล ผู้กำกับ และ เอลิซาเบ็ธ มอส นักแสดงนำของเรื่อง

The Invisible Man สนุกมากกก สมควรกับคะแนน Rottentomatoes ที่ 91% หนังสร้าความตึงเครียดได้ตั้งแต่นาทีแรกยันจบ มีให้พักหายใจได้แต่ละช่วงไม่กี่นาที ดูแล้วก็ชวนให้นึกว่า “มนุษย์ล่องหน” นี่มีคุณสมบัติที่จะเป็นตัวร้ายในหนังสยองขวัญแบบนี้มากกว่า ที่จะถูกเล่าในภาพลักษณ์พระเอกอย่างใน Hollow Man (2000)

หนังถูกเล่าผ่านตัวนางเอก ซีซิเลีย แคสส์ ภรรยาของ เอเดรียน กริฟฟิน นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังทางด้านการมองเห็น เริ่มเรื่องมาก็เป็นฉากที่ซีซิเลียกำลังหนีออกจากบ้านหรูหลังมหึมาที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา หนังไม่ได้ปูพื้นมาว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แต่สื่อผ่านทีท่าที่ซีซิเลียหวาดกลัวสามีของเธออย่างสุดขีด ให้คนดูตีความกันเอาเอง ก็เป็นฉากลุ้นยาว ๆ

ให้ต้องเอาใจช่วยกันตั้งแต่เปิดเรื่อง หลังเธอหนีพ้นมาได้ไม่นาน เอเดรียนก็ฆ่าตัวตายกลายเป็นข่าวใหญ่ ที่น่าสงสัยก็คือเอเดรียนทำพินัยกรรมมอบมรดกมูลค่ามหาศาลทั้งหมดให้กับซีซิเลีย ระหว่างที่ซีซิเลียสงสัยว่าการตายของเอเดรียนต้องมีเงื่อนงำแอบแฝงบางอย่างเพราะเธอรู้จักธาตุแท้ของสามีเธอเองเป็นอย่างดี ไม่นานจากนั้นซีซิเลียก็เริ่มสัมผัสได้ว่า มีใครเฝ้ามองและคอยติดตามเธอแต่เธอมองไม่เห็น

เห็นได้ชัดว่าฝีมือการกำกับของ ลีห์ แวนเนล ก้าวกระโดดจากเรื่อง Insidious: Chapter 3 อย่างมาก ขอย้อนความสักนิดสำหรับคนที่ไม่รู้จักชื่อ ลีห์ แวนเนล เขาผู้นี้คือเพื่อนสนิทของ เจมส์ วาน เขาเป็นคนเขียนบทและแสดงนำเรื่อง Saw ภาคแรก หนังที่แจ้งเกิดให้เจมส์ วาน กลายเป็นผู้กำกับชื่อดังแบบฉุดไม่อยู่ไปแล้ววันนี้ ส่วนลีห์ ก็ยังกระเตาะกระแตะ เขียนบทหนังไปเรื่อย เขาเขียนบท Saw ไปจนถึงภาค 3 และ Insidious ทุกภาค จนเริ่มมาลองจับงานกำกับครั้งแรกใน Insidious: Chapter 3 เรื่องถัดมาคือ

The Upgrade ปี 2018 ถ้าใครหามาดูได้แนะนำเลย หนังสนุกมาก จนล่าสุดก็คือ The Invisible Man

นี่ล่ะ ที่ฝีมือของลีห์ ก้าวกระโดดและฉายแสงว่าฝีมือเขาไม่น้อยหน้าเพื่อนสนิทล่ะ แล้วในฐานะที่เป็นผู้กำกับที่เขียนบทเอง ยิ่งจะได้เปรียบด้วยเพราะจะรู้ลึกว่าแต่ละฉากควรจะถ่ายทอดภาพออกมาอย่างไร โดยไม่ต้องอธิบาย

แล้ว The Invisible Man ของลีห์ ก็สามารถทำให้ มนุษย์ล่องหน นั้นออกมาได้น่ากลัวอย่างกับปีศาจร้ายตัวหนึ่งเลยเชียว ชอบมากกับการเล่นกับการคาดเดาคนดู บ่อยครั้งที่ลีห์เลือกแช่กล้องนิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้นักแสดงเดินไปมา ด้วยการรับรู้ของคนดูว่า มนุษย์ล่องหนอาจะแอบอยู่ในฉากนั้น ก็ยิ่งต้องจ้องว่าจะมีอะไรขยับเขยื้อนไหม จ้องไปก็ลุ้นไปว่าจะมีอะไรโผล่มาให้ตกใจไหม หนังค่อนข้างเงียบมาก ยิ่งเพิ่มความกดดัน ใช้ดนตรีประกอบน้อยมาก แล้วทุกครั้งที่ใช้ก็ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจริง ดูหนังออนไลน์ฟรี

ก่อนที่จะดูรู้สึกขัดกับภาพลักษณ์ของ เอลิซาเบ็ธ มอส อย่างมาก เป็นนางเอกที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายนักและไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดเลย แต่ก็ถูกนำมาใช้เป็นชื่อขายปะหัวหนังเลยด้วยซ้ำ แต่พอได้ดู ก็ต้องชื่นชมเธอจริง ๆ ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นสาวตาโต กับบทที่ต้องเล่นคนเดียวบ่อยครั้ง ยิ่งจำเป็นที่เธอต้องสื่อความรู้สึกอย่างมากผ่านสายตาและสีหน้า มีอยู่ฉากหนึ่งที่เธออยู่คนเดียวแล้วพูดความในใจกับสามีที่เป็นมนุษย์ล่องหน เป็นฉากยาวที่เธอเริ่มพูดจากสีหน้าธรรมดา จากนั้นก็เริ่มระบายความรู้สึกคั่งแค้นที่เก็บกดไว้ในใจ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปตามระดับอารมณ์ เป็นสีหน้าของหญิงที่ผ่านความระทมทุกข์น้ำตาไหลพราก เป็นฉากที่โชว์ฝีมือการแสดงให้เห็นจริง เธอคนเดียวเอาหนังได้อยู่จริง ชื่นชมครับ

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความดีความชอบส่วนใหญ่ต้องเทไปที่บทของลีห์ แวนเนล ที่เล่าเรื่องราวได้ระทึกตลอด 2 ชั่วโมงของหนัง แค่เปิดฉากมาก็โยนปริศนาโครมใหญ่ใส่คนดูแล้ว เอเดรียน กริฟฟิน มีจุดประสงค์อะไร, เขากลายเป็นมนุษย์ล่องหนได้อย่างไร, แล้วเอเดรียนที่เป็นศพจากการกรีดข้อมือตัวเอง มามีตัวตนในร่างมนุษย์ล่องหนได้อย่างไร หนังค่อย ๆ คลี่คลายไปทีละเปลาะ พร้อมทั้งหยอดปริศนาเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาใหม่ตลอดทาง แถมมีหักมุมในช่วงท้าย หนังสร้างบรรยากาศอึมครึม กดดันได้ทั้งเรื่อง และที่สำคัญฉีกออกจากสูตรสำเร็จของหนังสยองขวัญได้ ด้วยการไม่เน้นตุ้งแช่ และไม่มีฉากแหวะ ลีห์ แวนเนล ดูสนุกกับการเล่นกับการคาดเดาของคนดู ให้ลุ้นเอาเองว่ามนุษย์ล่องหนจะโผล่มาตอนไหน ฉากไหน ที่ชอบอีกอย่างคือการปรับบทให้เข้ากับยุคสมัย รอบนี้มนุษย์ล่องหนหายตัวได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ดูเป็นไปได้จริงกว่าการทำร่างกายตัวเองให้โปร่งแสงในเวอร์ชันก่อน ๆ

แต่ก็มีบางจุดที่ชวนขัดใจ แล้วก็ชวนให้รู้สึกเสียดายที่ลีห์ ยอมปล่อยให้หนังมีช่องโหว่มากมายเสียเหลือเกินไม่เช่นนั้นหนังจะสมบูรณ์กว่านี้มาก ยิ่งถ้าหนังได้เวลาเพิ่มมาสัก 10 นาที ให้คนดูได้เห็นความโหดร้ายของ เอเดรียน กริฟฟิน ว่าเขาทำอะไรกับ ซีซิเลีย ไว้บ้าง การมาถึงของเอเดรียน ในร่างมนุษย์ล่องหน จะชวนระทึกกว่านี้มาก ยิ่งได้ โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคเฮ็น มารับบทเอเดรียน แม้มีเวลาบนจอไม่กี่นาที โอลิเวอร์ก็ฉายแววโรคจิตให้สัมผัสได้จริง แต่โดยรวมแล้วหนังก็สร้างสมคะแนนทางด้านบวกไว้มาก ทำให้ช่องโหว่เหล่านี้ไม่ฉุดคะแนนลงไปมากนัก

The movie spent a very small $7 million to make, invested in a little bit of a sci-fi scene, and only used 6 main actors. It’s been released in just a week and has raked in 53 million. The person who smiles the most is Jason Blum, the owner. Blumhouse Production, a studio focused on making horror movies. Who walks the game very smart with the Dark Universe project from Universal Camp. After this project failed since the first story, due to the 2017 Tom Cruise movie The Mummy, it was a mess. Originally Universal placed Johnny Depp as an invisible man. When The Invisible Man opens at BlumHouse, it’s beautiful like this. Make horror movie fans to see. Werewolves, Dracula, Frankenstein are definitely next.

By Kaelyn

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *